GSW อัด LAC ด้วยการเล่น Pick&Roll แบบเดิม 4 เพลย์

หลังจากจบเกม All Star ได้ไม่ทันไรอดีตคู่ปรับที่เคยเป็นคู่แข่งทีมดาวรุ่งเมื่อ 5 ปีก่อนอย่าง L.A. Clippers และ Golden State Warriors ซึ่งก็เป็นที่แน่ชัดว่าทีมสะพานทอง Warriors จะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดด้วยการเริ่มเพลย์แบบเดิม 4 เพลย์ติดและก็ทำแต้มได้ทุกครั้งด้วย

เพลย์แรก

ในเพลย์แรก Warriors เปิดเกมด้วยการให้ Draymond Green และ Kevin Durant สกรีนให้ Stephen Curry จากนั้นก็ยิง 3 คะแนน (สังเกตที่หน้าของ Milos Teodosic และ Austin Rivers)

เพลย์ที่สอง

หลังจากเสียสามแต้มไป L.A. Clippers ก็สามารถทำคืนมาได้ 2 คะแนนแต่ว่าเกมป้องกันพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิม โดนสามคะแนนของ Curry จากการสกรีนของ Draymond Green และ Kevin Durant ไปอีกหนึ่งลูก

Golden State เล่นเพลย์เดิมสองครั้งติดกับความผิดพลาดที่ DeAndre Jordan หลุดจากตัวประกบไม่ได้เข้าไปชิดใครเลย

เพลย์ที่สาม

Curry,Green และ Durant ยังคงเริ่มด้วยสกรีนเหมือนเดิมแต่รอบนี้ที่ต่างไปคือ Jordan ตามมาชิด Curry ไม่ยอมให้ยิงสามคะแนนแต่สุดท้ายก็โดน Green ตัดเข้าในไปทำแต้มแบบสบายๆเพราะ Rivers หลุดจากตัวประกบ

เพลย์ที่สี่

ไม่รู้ว่าเพราะพวกเขาตั้งใจจะหยาม LAC หรือเพราะการเล่นมันยังไปต่อได้ GSW ก็ยังคงให้ Green และ Durant มาสกรีนให้ Curry อีกครั้งและรอบนี้บอลก็มาอยู่ใน Curry แบบ 2 เพลย์แรกแต่เขาเลือกที่จะข้ามเข้าไปเพราะเร็วกว่า Jordan และทิ้งบอลออกมาให้ Durant เก็บไปอีก 3 คะแนนง่ายๆ

เราจะเห็นได้ว่า 4 เพลย์ที่ Golden State เล่นเริ่มจากการสกรีนคู่ให้ Curry หมดเลยซึ่งทาง Doc Rivers ก็ไม่สามารถหารูปแบบป้องกันที่จะหยุดเพลย์นี้ได้เลย แสดงให้เห็นว่าการป้องกันในจังหวะ 2 – 3 หรือจังหวะแก้ไขสถานการณ์ยังถือเป็นปัญหาใหญ่อยู่และยังบอกเป็นนัยๆอีกว่าพวกเขายังสื่อสารกันได้ไม่ดีพอ พวกเขาเปลี่ยนรูปแบบการป้องกันมาตลอดฤดูกาลซึ่งก็ยังหาจุดที่ลงตัวไม่ได้ซักที

แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีทีมที่สามารถหยุดการเล่น Pick&Roll ของ GSW ได้และก็มีอีกหลายๆทีมที่ยังหยุดไม่ได้เช่นกันแต่เชื่อว่าคงไม่โดน 4 เพลย์ติดๆแบบนี้แน่นอน

 

Jimmy Butler อาจต้องพักยาว

Jimmy Butler ถูกเพื่อนหามออกจากสนามในช่วงท้ายของควอเตอร์ที่ 3 ในเกมที่เจอกับ Houston Rockets เพราะมีมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณเข่าขวา

เรามาดูภาพในจังหวะที่ Butler เก็บรีบาวด์ซึ่งก็ดูเหมือนจะมีการปะทะจาก Nene เล็กน้อยแต่โดยรวมแล้วยังดูเหมือนไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เขาเจ็บ

Butler เป็นผู้เล่นที่มีเวลาลงเล่นในสนามมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกด้วยเวลา 37.1 นาทีต่อเกม เขาตัดสินใจเลือกที่จะไม่ลงเล่นใน All Star เพื่อที่จะพักผ่อนร่างกายให้สามารถลงเล่นในเกมจริงได้เต็มที่แต่กลับเจ็บตั้งแต่เกมที่สองที่ลงเล่นหลัง All Star จบ ทำให้ตอนนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของ Thibodeau ที่ต้องหาทางหมุนตัวผู้เล่นใหม่ในส่วนที่ขาดหายไป

Butler จะเข้าทำการตรวจ MRI  ในวันอาทิตย์ตามเวลาบ้านเราซึ่งในตอนที่ถูกเพื่อนหามออกมาเขาพูดกับกล้องด้วยว่า “it’s torn” (เอ็นฉีก)

James Harden ก็รีบเข้าไปดูอาการ Butler หลังจบเกม

ทีม LeBron ทำไมถึงอยากชนะใน All Star Game ?

กลายเป็นปีที่กลับมาสนุกอีกครั้งกับ All Star Game 2018 เมื่อมีหลายเสียงชมว่าการแข่งขันที่ดูเอาจริงเอาจังเริ่มกลับมาอีกครั้งและดูเหมือนว่า LeBron James จะดูเอาจริงกว่าใครในสนาม

ด้วยสถิติเกือบเป็น Triple Double 29 แต้ม 10 รีบาวด์ 8 แอสซิส พร้อมกับได้รางวัล MVP ซึ่ง Dwane Casey โค๊ชของทีม LeBron บอกว่าจริงๆแล้ว LeBron วางแผนเรื่องชัยชนะกับรางวัลครั้งนี้ไว้อยู่แล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Dwane Casey lebron

“เราคุยกันเรื่องนี้ตอนซ้อมว่าเราต้องการที่จะเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของคนดูที่มีต่อ All-Star Game” Casey กล่าวหลังจบเกม All Star “ผมคิดว่าเกมคืนนี้เป็นเกมที่ดีนะ ผมให้อำนาจ LeBron และ Durant เต็มที่แล้วทุกคนก็ทำได้ดีขึ้นจริงๆ พวกเขาพูดย้ำเรื่องที่คุยกันมาก่อนตลอด มาเปลี่ยนกันเถอะ เรามาเปลี่ยนให้ทุกคนมอง All Star Game กันใหม่เถอะ”

คงไม่ต้องบอกว่า การป้องกัน คือปัจจัยหลักของชัยชนะในเกมบาสเก็ตบอลและนั่นคือสิ่งที่ขาดหายไปใน ALl Star เกมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ว่าทีม LeBron ก็ดึงเอามันกลับมาอีกครั้งโดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของเกม จนผู้เล่น MVP 2 สมัย Stephen Curry ต้องยอม

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

“KD กับ LeBron พวกเขารุมปิดและต้อนผมไปที่ขอบสนาม” Curry กล่าว “พี่เบิ้มทั้งสองคนไม่ยอมปล่อยให้ผมได้ยิงเลย ผมพยายามสร้างเพลย์นะแต่มันก็ไม่ได้ผล”

นอกจากนี้ Dwane Casey ยังบอกอีกว่าก่อนที่เราจะได้เห็นฉากมนุษย์ร่างกายโกงชาวบ้านรุมป้องกันคนตัวสูงที่ใครๆก็เข้าใจผิดว่าตัวเล็ก ตัว LeBron เองได้เข้ามาช่วงโค๊ชด้วย

“เขาเข้ามาโค๊ชด้วย” Casey กล่าว “เขาย้ำเรื่องสำคัญที่ต้องพูดโดนเฉพาะการป้องกัน เขาติดไอพ้นให้ทุกคนเพื่อมุ่งมั่นที่จะหยุดลูกนั้นให้ได้”

 และเมื่อทำได้สำเร็จเรามาดูสีหน้าของ LeBron James กันว่าดีใจขนาดไหน

กับการลงเล่นเป็นฤดูกาลที่ 15 ใน NBA ด้วยวัย 33 ปี LeBron James ยังคงขึ้นชื่อเป็นผู้เล่นที่อาจถูกเรียกได้ว่าดีที่สุดในโลกนะตอนนี้ตอนคะแนนที่ทำในสนามและคอยแนะนำเพื่อนร่วมทีมให้เดินในทางที่ควรจะก้าวแต่สำหรับการเอาชนะเกม์และคว้ารางวัล MVP All Star ปีนี้ เขาบอกว่าไม่ได้ต้องการข่มผู้เล่นหน้าใหม่ไม่ให้มาแย่งเก้าอี้ผู้เล่นอันดับ 1 ไปแต่มีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เพื่อนร่วมทีมเห็นว่าเขายังสามารถนำทีมได้

“ผมให้เกียรติผู้เล่นหน้าใหม่เสมอนะและผมชอบพวกเขาด้วย ลูกๆของผมก็เลือกพวกเขาเวลาเล่นในเกมส์ ตอนนี้ผมไม่ใช่วัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว แต่โอเคผมยังต้องแสดงให้เห็นว่าผมยังสามารถเล่นได้อยู่ ผมต้องทำแบบนี้ต่อไปเพราะทุกๆคืนที่ผมก้าวลงสนาม ผมจะต้องนำทีมและแสดงให้พวกเขาเห็นว่าผมยังเล่นได้ดีอยู่” LeBron กล่าว

รวมช็อต NBA ALL STAR 2018 ที่น่าสนใจ

จบไปแล้วกับ All Star 2018 แน่นอนว่าตอนนี้ทุกคนคงทราบกันดีแล้วว่า Team LeBron เป็นผ่านชนะ 148-145 แต่เผื่อใครพลาดไม่ได้ดูเกมเต็มหรือดูแล้วยังไม่อินเท่าไหร่ก็มาดูโพสต์นี้เพื่อที่จะไม่พลาดความสนุกที่เกิดขึ้นนะจ๊ะ

ก่อนเกมจะเริ่มดูเหมือน Westbrook กับ Durant จะกลับมาคุยแบบเฮฮากันอีกครั้งหลังจากที่ชอบมีปากเสียงให้คนดูได้ลุ้นในเกมจริง (Kyrie ก็มาคุยด้วย จะชวนไปอยู่ Boston Celtics หรือเปล่านะ)

ไอ้คิ้วยาวใส่เสื้อของเพื่อนรัก DeMarcus Cousins ที่อดเข้าแข่ง All Star เพราะนอนเจ็บอยู่พร้อมกับพูดหลังจบเกมว่าจริงๆแล้ว Cousins มันอ่อน เขาเป็นเหมือนตุ๊กตาหมี เขาไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนเข้าใจหรอก ผมว่าเขาเป็นคนที่เจ๋งที่สุดที่ผมเคยรู้จักเลย แต่สื่อพยายามยัดเยียดให้เขาดูเป็นคนโมโหร้าย

ซึ่ง Cousins ก็เห็นและโพสขอบคุณ

Victor Oladipo ขอโชว์หน่อยเพราะพึ่งวืดจาก Slam Dunk Contest มา

https://www.instagram.com/p/BfXPYrDlRmM/?tagged=oladipo

เข้าใจว่านำอยู่แต่พี่จะชิลไปไหน

ไอ้หนุ่มปากร้าย Joel Embiid กับการได้เป็น All Star ครั้งแรก

2010 หัดเล่นบาส

2014 ถูกดราฟเป็นอันดับ 3 แม้ได้แข่งน้อยกว่า 85 เกมส์

2016 ทำ 20 แต้ม ใน 22 นาทีที่ลงเล่นในเกมแรกหลังพักยาว 2 ฤดูกาล

2018 ได้กลายเป็น All Star

#Trust the Process

ทีม LeBron เครื่องเริ่มร้อนรัน 16-2 แต้ม

อีกหนึ่งดอก

Draymond Geen เป็นคนชอบฟังเพลง

และที่ทำให้ All Star ปีนี้สนุกกว่าที่ผ่านมาคือ “เกมป้องกัน”

เดี๋ยวๆทำไรกัน

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, สนามบาสเก็ตบอล และ รองเท้า

LeBron แหวกข้ามผ่าน 2 คน

สร้างความประทับใจให้ Curry ได้ดีทีเดียว

View this post on Instagram

Steph’s reaction 😂😂

A post shared by Bleacher Report (@bleacherreport) on

ในเกมนี้ทีม Steph นำมาตลอดแทบจะ 90% ของเกมแต่ในช่วงท้ายดูเหมือนทีม LeBron จะเร่งเกมโดยเฉพาะป้องกันได้ดีและไล่ขึ้นมาได้ทัน

กันได้ก็บุกได้

ทีม Steph ตามอยู่ 3 คะแนนแต่ก็ไม่มีแม้แต่โอกาสได้ยิงเพราะ LeBron กับ Durant ป้องกัน Curry เต็มที่จนหมดเวลา

 

จนเกมทีม LeBron ชนะไปและ LeBron James ได้เป็น MVP All Star สมัยที่ 3

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ lebron james

สุดท้ายแล้ว 14 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก LeBron James คือคนเดียวที่ยังติด All Star ฝั่งตะวันออก

แบบนี้ก็ได้เหรอ Steve Kerr ปล่อยให้ผู้เล่นโค๊ชกันเอง

Steve Kerr ชนะมาแล้วถึง 250 เกมส์ในฐานะหัวหน้าโค๊ชของทีม Golden State Warriors และในชัยชนะครั้งนี้เขาแทบไม่ต้องคุมทีมเองเลยเพราะว่า Kerr ตัดสินใจให้ผู้เล่นภายในทีมมาเลือกแผนแล้วคุมกันเองและเอาชนะ Phoenix Suns ไปได้ 129-83

Andre Iguodala คือคนแรกที่ Kerr เอาบอร์ดสั่งการให้คุมทีมตั้งแต่ควอเตอร์แรก ตามด้วย David West และ Draymond Green ที่เข้ามาวางแผนในช่วงขอเวลานอก ส่วนโค๊ชตัวจริงก็ไปยืนมองดูห่างกับผู้ช่วยโค๊ช

Golden State มีสถิติชนะ 44 แพ้ 13 และชนะมา 3 เกมส์ติดใน 4 เกมส์ล่าสุดที่ลงเล่น

“ผมบอกพวกเขามาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะทำแบบนี้ มันเป็นทีมของพวกเขา ผมคิดว่าสิ่งแรกที่คุณต้องคำนึงถึงเสมอในฐานะโค๊ชคือมันไม่ใช่ทีมของคุณ ไม่ใช่ของผู้จัดการ Bob Myers ไม่ใช่ของเจ้าของทีมอย่าง Joe Lacob แม้ว่าผมจะไม่พูดกับ Joe แบบนั้นก็ตาม”

“มันคือทีมของผู้เล่น พวกเขาต้องคุมหางเรือเองและในฐานะโค๊ช งานของพวกเราคือชี้แนะว่าควรไปทางให้ แนะนำพวกเขาแต่ไม่ใช่ควบคุมพวกเขา พวกเขาต้องคุมชะตาตัวเองและผมคิดว่าเราไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องนี้เท่าไหร่ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทั้งๆที่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่ควรทำ ผมคิดว่าพวกเขาสื่อสารร่วมกันได้ดี เขียนแผนการเล่นได้ดีและมันก็เป็นคืนที่ดีของพวกเขา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ andre iguodala coach

แม้ผลการแข่งจะทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะอย่างขาดลอยถึง 46 แต้มแต่การกระทำของ Kerr ก็ทำให้ถูกมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามเลยเพราะเหมือนกับว่าแม้เขาจะไม่คุมทีมก็ชนะได้

“มันแสดงให้เห็นคือความไม่เคารพให้เกียรติฝั่งตรงข้ามเลย หรือบางทีเราอาจจะไม่สมควรได้รับเกียรตินั้นก็ได้” Jared Dudley ฟอร์เวิร์ดของ Suns กล่าว “เมื่อคุณแพ้ตั้ง 40 แต้ม ทีมนั้นก็คงไม่เห็นคุณในสายตาเท่าไหร่ แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีของเราให้ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

Phoenix Suns แพ้มา 11 เกมส์จาก 12 เกมส์ล่าสุด

อย่างไรก็ตามหลังจบเกม Kerr ก็ได้รีบเข้าไปคุยกับ Jay Triano โค๊ชของ Phoenix Suns ทันทีเพื่ออธิบายว่าทำไมถึงปล่อยให้ผู้เล่นคุมกันเอง

“มันไม่ใช่ว่าเราไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา” Kerr กล่าว “ผมต้องทำเพื่อเข้าใจทีมมากขึ้น ผมปล่อยปละละเลยเรื่องนี้มากเมื่อเดือนที่แล้ว พวกเขาเบื่อที่จะฟังเสียงผม ผมเองก็เหมือนกัน มันเป็นแบบนี้มานานแล้วและผมก็ไม่เข้าใจพวกเขา คืนนี้มันแค่มีโอกาสที่จะได้ลองอะไรใหม่ๆเท่านั้นเอง”

“ผมคิดว่าผู้เล่นเองก็ให้ความร่วมมือที่ดีทีเดียว ผมรู้สึกว่าเวลาที่พวกเราตั้งใจ พวกเราจะเป็นทีมที่จะเอาชนะได้ยากมากๆและคืนนี้พวกเราก็ตั้งใจมากจริงๆ ผมคิดว่าเราฟังกันมากขึ้นไม่ใช่แค่ฟังเสียงของผม”

“ไม่เลย ผมไม่มีปัญหาอะไรกับสิ่งที่ Steve ทำเลย ผมว่าพวกเขาเล่นได้ดีขึ้นด้วยซ้ำ” Triano กล่าวแบบขำๆ

นอกจากนี้  Devin Booker ก็ยังพูดถึงเรื่องนี้เพิ่มอีกว่า

“มันมองได้สองด้านนะ คุณจะบอกว่าใครคุมพวกเขาก็ได้(เพราะเก่งอยู่แล้ว) หรือจะบอกว่ามันเป็นวิธีใหม่ที่ดีทีเดียวก็ได้ส่วนตัวผมชอบวิธีนี้นะ ผมไม่คิดว่ามันเป็นการไม่ให้เกียรติหรืออะไรเลยและผมก็แน่ใจว่าคนอื่นก็คิดแบบนั้น Steve เป็นคนง่ายๆที่เข้ากับลูกทีมของเขาได้ดีแต่ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ถ้าไม่มีผู้เล่น All Star ถึง 4 คนในทีมเดียว”

 //p270299.clksite.com/adServe/banners?tid=270299_522043_0&type=footer&size=37

มิถุนายน มาแน่! UNCLE DREW เตรียมฉายโรง

ในสนาม Kyrie Irving มีสกิลการเลี้ยงบอลขั้นเทพและเมื่อต้องอยู่ต่อหน้ากล้องเขาเองก็ทำได้ดีเช่นกัน Uncle Drew คือหนึ่งในโฆษณาของ Pepsi ที่มีชื่อเสียงที่สุดและมันกำลังจะกลายมาเป็นหนังใหญ่ให้เราได้ดูกันในเดือนมิถุนายนนี้

Kyrie Irving และ Charles Stone

Charles Stone III ผู้กำกับเรื่อง drumline รัวหัวใจไปตามฝัน และรับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้บอกว่า Kyrie ควรมาเป็นนักแสดงหลังจบอาชีพนักบาส

“Kyrie ทำดี ดี ดี ดี มากๆ”  Stone กล่าว “เขาคือหนึ่งในคนที่ดูมีแววมาก เขามีความสามารถหลายอย่าง เขามีความเข้าใจ Drew สูงทีเดียว เขามีเซ้นส์ของการนักแสดงโดยเฉพาะการแสงสีหน้า คนดูจะต้องเซอร์ไพร์แน่ว่าเขาทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ uncle drew

หนังเรื่อง Uncle Drew ถ่ายทอดเรื่องราวของการเป็นผู้เล่นมวยรอง ความรู้สึกของนักบาสรุ่นเก๋าและตลก

“หนังเรื่องนี้จะมีความเป็น Superhero อยู่เล็กๆสำหรับวงการบาสเก็ตบอล”  Stone กล่าว “Uncle Drew มีความเป็นฮีโร่ตรงที่มีชายแก่คนหนึ่งที่มีความสารถเล่นบาสได้เหมือนเด็กหนุ่มวัย 20 นี้แหละที่ผมพอจะบอกได้ในตอนนี้” //”บอกแค่นี้พี่อย่าบอกเถอะครับ” ผู้เขียนคิดในใจ

 

“It should be fun” LeBron James ทุกข์ปนสุขกับการเทรด

ในเกมวันนี้ LeBron James ต้องลงเล่นกับเพื่อนร่วมทีมชุดใหม่จากการเทรดสุดโหดที่ผ่านมาชนิดที่เรียกได้ว่าผ่าตัดทีมกันเลยทีเดียว

Cleveland Cavaliers ทำการเทรดครั้งใหญ่ด้วยการส่งตัว Isaiah Thomas และ Channing Frye พร้อมสิทธิดราฟรอบแรกของทีมไปให้ Los Angeles Lakers เพื่อแลกกับ Jordan Clarkson และ Larry Nance Jr.

เทรด 3 ทีมกับ Jazz กับ Kings – ได้รับ George Hill และ Rodney Hood และเสีย Derrick Rose,Jae Crowder และ Iman Shumpert
 และคนสุดท้าย Dwyane Wade ได้กลับทีมเก่า Miami Heat เพื่อแลกกับสิทธิดราฟ ซึ่งเพื่อนรักอย่าง LeBron James ก็ออกมาบอกว่าดีใจที่ Wade ได้กลับไปที่นั้น
 “ผมดีใจกับ D-Wade มาก เขาได้กลับบ้าน นั่นแหละที่ควรจะเป็น ผมรู้สึกว่าทั้งความคิดและหัวใจของเขาอยู่ที่นั่น ผมคิดว่ามันจะต้องไปได้สวยสำหรับเขา ผมจะรอดูวันที่เขากลับไปลงแข่งให้กับ Miami อีกครั้ง”

 

“แต่แน่นอนมันก็มีบ้าง(ที่เซ็ง) เมื่อเขาเป็นพี่น้องคุณและคุณก็ได้อยู่กับเขาทุกๆวันแล้ววันหนึ่งเขาก็กลับไป…แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรขนาดนั้น เราอยู่ในลีกมา 15 ปี เรารู้ว่าธุระกิจมันสำคัญขนาดไหน เราไปเจอกันเวลาอื่นก็ได้ ดังนั้นไปจากที่นี่ซะ Dwade”

การเปลี่ยนแปลงของ Cleveland ครั้งนี้เป็นการลดอายุทีมอย่างมากกับผู้เล่นวัย 25 ปีถึง 3 คนที่เพิ่มเข้ามาซึ่ง LeBron ก็บอกว่าเขายินดีและพร้อมจะพาทีมที่เปลี่ยนชุดใหม่นี้เดินไปในเส้นทางเดียวกัน

“ผมคิดว่าทีมเรามีพลังหนุ่มมากขึ้น แข็งแรงมากขึ้น เราเพิ่มตัวยิงที่ดีเข้ามา เหลือแต่มาดูกันว่าจะเข้ากันได้แค่ไหน” James กล่าว

“ผมชอบชุดใหม่ที่เข้ามานะ มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะทำให้พวกเขาเข้ากันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้…มันใช้เวลาไม่นานหรอกแต่แน่นอนคุณก็ต้องไม่เร่งมากเกินไป พวกเขาเป็นคนฉลาดและมันจะต้องสนุกแน่”

“ผมรู้ว่าทีมโค๊ชจะทำได้ดีแน่นอนแต่หน้าที่ของผมก็คือช่วยให้ทุกคนก้าวไปในทิศทางเดียวกันเพื่อทำในสิ่งที่เราต้องทำ”

อย่างไรก็ตาม James ก็ยอมรับว่าเขาเองก็มีความรู้สึกปนๆกันเพราะการเสียเพื่อนร่วมทีมไปเยอะขนาดนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการนัก

“มันเป็นเรื่องที่ทำใจยากเสมอเมื่อคุณต้องเสียเพื่อนร่วมทีมไป การเทรดเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน ผมหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นกว่าเดิม ผมขอให้ทั้งคนนั้นโชคดี”

ประกาศแล้วรายชื่อ Slam Dunk, 3-Point และ Skills Challenge

รายชื่อผู้เข้าแข่งขัน Skills Challenge

Lou Williams, Los Angeles Clippers

Jamal Murray, Denver Nuggets

Spencer Dinwiddie, Brooklyn Nets

Al Horford, Boston Celtics

Joel Embiid, Philadelphia 76ers

Kristaps Porzingis, New York Knicks

Donovan Mitchell, Utah Jazz

Lauri Markkanen, Chicago Bulls

แชมป์เมื่อปีที่แล้ว Kristaps Porzingis

 

รายชื่อผู้เข้าแข่งขัน Three-Point Contest

Klay Thompson, Golden State Warriors

Paul George, Oklahoma City Thunder

Devin Booker, Phoenix Suns

Bradley Beal, Washington Wizards

Wayne Ellington, Miami Heat

Kyle Lowry, Toronto Raptors

Eric Gordon, Houston Rockets

Tobias Harris, Los Angeles Clippers

แชมป์ปีที่แล้ว Eric Gordon

รายชื่อผู้เข้าแข่ง Dunk Contest

Victor Oladipo, Indiana Pacers

Aaron Gordon, Orlando Magic

Larry Nance Jr., Los Angeles Lakers

Dennis Smith Jr., Dallas Mavericks

แชมป์เก่า  Glenn Robinson III

Jayson Tatum เศร้า เข้าผับไม่ได้

Jayson Tatum มีฟอร์มที่น่าประทับใจในการเล่นในลีก NBA และอยู่ในรายชื่อผู้เล่นมีลุ้น Rookie of the year แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เขามีสิทธิพิเศษอะไรในการเข้าไปเที่ยวผับที่ L.A. ได้

ในคืนวันพุธตามเวลาของอเมริกา Tatum พยายามเข้าไปแจมกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Kyrie Irving ที่ผับ Warwick ใน Hollywood ซึ่งเขาก็ต้องรออยู่ข้างนอกไม่สามารถเข้าไปได้เพราะอายุไม่ถึง โดย Tatum ตอนนี้อายุ 19 แต่ทาง Warwick มีกฎว่าต้องอายุเกิน 21 เท่านั้นถึงเข้าไปได้

หากใครจำได้ร้าน Warwick นี่แหละที่เคยปฏิเสธอดีตรุกกี้ชื่อดังของ Lakers อย่าง  D’Angelo Russell ไม่ให้เข้าร้านเหมือนกันเพราะเขายังขาด 2-3 เดือนก่อนจะถึงอายุ 21

กฎก็คือกฎนะไอ้น้อง !!

DeMarcus Cousins – The Hulk แห่งวงการบาส

ในดินแดนส่วนหนึ่งของโลก NBA ที่ไม่ค่อยมีใครอยากอยู่ เพราะมันไม่หล่อไม่สวยตามมาตรฐานปกติของ NBA มีชายคนหนึ่งเล่นบาสอยู่ตรงนั้น เล่นด้วยทักษะและความสามารถที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูงสุดของบาสเก็ตบอล NBA ในปัจจุบัน ชายที่มีทั้งขนาดตัว ทักษะ และบุคลิกที่โดดเด่นไม่เป็นรองใครในลีก…. ชื่อของ DeMarcus Cousins หรือที่คนเรียกกันย่อๆว่า “DMC” หรือด้วยชื่อเล่น “Cuz” หรือ “Boogie” เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและแฟนบาสในอเมริกาได้เสมอ…. แต่ข่าวร้ายก็คือความสนใจในตัวเค้าส่วนมากมันมักจะเป็นไปในด้านลบ มันจะเป็นข่าวเกี่ยวกับอารมณ์โมโหร้ายในสนามของเค้า การปากเสียทั้งในและนอกสนามของเค้า ไม่ก็การทะเลาะผู้เล่นอื่นและโค้ชหลายๆคนที่เคยคุมทีมของเค้าอยู่เสมอ มากกว่าจะเป็นข่าวส่วนที่เกี่ยวกับความสามารถในสนามและสถิติเจ๋งๆที่เค้าทำได้

ตัว Boogie เองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี ว่ารูปเค้ายิ้มในสนามหรือเรื่องที่เค้าบริจาคเงินให้การกุศลเป็นแสนหรือเป็นล้านเหรียญมันจะไม่ค่อยได้รับความสนใจให้คนเอาไปแชร์ในโซเชียลมีเดียหรือมีรายการทีวีเอาไปนำเสนอซักเท่าไหร่ Boogie รู้ดีว่าเค้าควบคุมสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เค้ารู้ว่าเค้าเขียนข่าวเองไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เค้าอยากให้คนยอมรับในเกมบาสของเค้า เค้าอยากให้คนรู้ว่าเค้าเล่นบาสได้ดีขนาดไหน

ตัวอย่างของสิ่งที่เค้าทำได้ในสนาม: ปีที่แล้ว Cousins ทำสถิติเฉลี่ย เกิน 24 แต้ม 12 รีบาวด์ 3 แอสสิส 1 บล็อก 1 สตีล ถ้าจะเทียบกัน Anthony Davis และ Blake Griffin แล้ว ทั้งสองคนนั้นไม่เคยมีสถิติรอบด้านเฉลี่ยที่ดีเท่าสถิติดังกล่าวของ Boogie เลย ผู้เล่นที่ทำเฉลี่ยรอบด้านได้สูงกว่าตัวเลขนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นระดับหอเกียรติยศอย่าง David Robinson, Hakeem Olajuwon, Kareem Abdul-Jabbar และ Kevin Garnett นอกจากนี้ เฉพาะในเดือนมกราคม 2016 ที่ผ่านมาเจ้า ฺBoogie ทำเฉลี่ยไป 32.6 แต้ม 12.8 รีบาวด์ 3.3 แอสซิส จากความแม่นยำระดับ 49.5% และยังยิงสามแต้มด้วยความแม่นยำถึง 42.9% อีกด้วย

ซึ่งสถิติอันสวยหรูในเดือนที่ผ่านมานี้รวมถึงช่วงสองเกมติดกันที่เค้าระเบิดฟอร์มทำไปเกิน 100 แต้ม จาก 48 คะแนนใส่ Pacers และ 56 คะแนนใส่ Hornets โดยในตอนนี้เค้าทำคะแนนเฉลี่ยสูงสุดอันดับ ของลีก4 ที่ 26.8 แต้มต่อเกม และเป็น Big Men คนเดียวใน Top 5 (AD อยู่ที่ 9) มากไปกว่านั้น ในฤดูการนี้เค้าถือเป็น Big Men ที่แบกภาระเกมบุกของทีมไว้มากที่สุด ในระดับเกือบจะสูงสุดตลอดการของบาส NBA เลยทีเดียวสำหรับผู้เล่นตำแหน่ง Center โดยมีอัตราการใช้งานในเกมบุก (Usage rate) ถึงราว 35.8% ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องพิเศษสุดสำหรับผู้เล่นตำแหน่ง Center ที่ในปัจจุบันแทบไม่ค่อยมีทีมไหนให้บทบาทหลักในเกมบุกกันอีกแล้ว (ตามที่เคยเล่าไปแล้วว่าปัจจุบันเป็นเกมของ Guard ซะมากกว่า) อัตราการใช้งานดังกล่าวนั้นใกล้เคียงระดับของ Wilt Chamberlain ที่ราว 36% เมื่อปี 1961-62 เลยทีเดียว

สไตล์การเล่นของ Boogie จริงๆแล้วก็น่าสนใจมากสำหรับคนดูบาสในยุคนี้ เพราะเค้าผสมผสานวิธีการเล่นของ Big Men ในยุคเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน ทักษะของเค้าเรียกได้ว่ารอบด้านจริงๆ เค้าสามารถวิ่งขึ้นไปทำหน้าที่จบสกอร์ในเกมเร็วหรือฟาสเบรคของบาสสมัยใหม่ได้ในปริมาณมากเป็นอันสามในหมู่ Big Men นอกจากนั้นเค้ายังยิงระยะกลางได้ดี เค้ารีบาวด์ได้ในบริมาณมาก จ่ายบอลได้ดีในอันดับต้นๆของ Big Man (พรุ่งนี้เค้าลงแข่ง Skill Challenge ใน All-Stars 2016 ด้วย) และในยุคที่ผู้เล่นวงในยุคใหม่ส่วนมากที่มุ่งเน้นการเล่นเกมรับและรีบาวด์เป็นหลัก ส่วนในเกมบุกก็เน้นไปที่เพียงการจบสกอร์ผ่านการเล่น pick-and-roll (DeAndre Jordan, Rudy Gobert, Serge Ibaka) Boogie นั้นสร้างสรรค์เกมบุกต่างไปจากรูปแบบดังกล่าว เค้าสามารถสร้างจังหวะทำสกอร์ได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการเล่นแบบ Post-up เช่นเดียวกับผู้เล่นตัวใหญ่ที่รุ่งเรืองในยุค 1990-2000 โดยถ้าคุณเคยดู Boogie เล่น เค้าเป็นหนึ่งใน Big Men รุ่นเด็กไม่กี่คนในปัจจุบันที่ยังชอบการเล่น Post-up/Face-up ที่ใช้ร่างกายประทะ ตั๊น ดัน กระแทก หมุน หรือเอาบอลลงพื้นเพื่อแหวกเข้าไปทำคะแนนด้วยตนเอง และสามารถทำมันได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยราว 37% ของแต้มที่เค้าทำนั้นทำได้ด้วยการสร้างจังหวะเองไม่ได้ผ่านการแอสซิส

Cousins ที่ปัจจุบันอายุ 25 ยอมรับด้วยตนเองว่าในตอนนี้ไม่มีใครอยากอ่านเกี่ยวกับความเก่งหรือทักษะของเค้า เค้าเข้าใจดีว่าแฟนบาสอยากอ่านข่าวว่าเค้าซื้อรองเท้าอะไรใหม่ไปกี่คู่ ไปอาละวาดไว้ในเกมอย่างไร และทะเลาะกับโค้ชยังไงในห้องแต่งตัวมากกว่า แต่ถ้าคุณรู้จักเค้าจริงๆแล้วคุณจะรู้ว่าเค้าไม่ใช่คนโง่ๆทึ่มๆที่ทำอะไรไม่คิดอย่างที่สื่อมวลมักจะนำเสนอ เค้ารักบาสเก็ตบอล เข้าใจเกมและอาชีพนักบาสเก็ตบอลNBAมากกว่าผู้เล่นหลายๆคนด้วยซ้ำ เค้าแค่เลือกที่จะเป็นตัวเอง ห่ามๆ ลุยๆ โดยไม่ดัดแปลงแต่งเติมแต่อย่างใด

ส่วนต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์ของเค้ากับนิตยสาร SLAM ในสหรัฐอเมริกา ที่น่าจะทำให้คุณเข้าใจตัวตนของเค้ามากขึ้น(ขออภัยในความไม่สุภาพในบางส่วนของการแปลเพื่ออรรถรสที่ถูกต้องมา ณ ที่นี้) :

นิตยสาร SLAM: แม้สถิติก็ค่อนข้างจะบอกเนื้อหาอยู่แล้ว(ว่าคุณเก่ง) แต่คุณคิดว่าคุณคือ Big Man ที่ดีที่สุดในลีกหรือปล่าว?

DMC: ในความคิดผมนะ มันไม่ใกล้เคียงเลยล่ะระหว่างผมกับคนต่อไป ผมคิดว่าคนที่ (ดีที่สุด) ต่อจากผมคือ AD (Anthony Davis) แต่มันไม่ใกล้เคียงนะในความคิดของผม ไม่ใกล้กันเลย

SLAM: แล้วคุณจะทำยังไงให้คุณได้เครดิตตามที่คุณคิดว่าคุณควรได้ล่ะ?

DMC: ณ จุดนี้ มันเกี่ยวกับชัยชนะ (ของทีมที่ผมอยู่) ผมได้เล่น All Stars ผมติดทีมชาติอเมริกา คนทั่วไปก็รู้จักผม ดังนั้นมันเกี่ยวกับชัยชนะอย่างเดียวแล้วล่ะ มันเกี่ยวกับการแบกทีม พาทีมให้ชนะให้มากที่สุด ผมว่าถ้าพูดถึงพรสวรรค์ ผมรู้ดีว่าผมเหนือกว่า Big Men คนอื่นๆอย่างชัดเจน ตอนนี้เหลือก็แค่พาทีมชนะให้ได้

SLAM: ทุกคนที่สนิทกับคุณบอกว่านิสัยคุณจริงๆไม่เหมือนกับที่สื่อนำเสนอ คุณจะเปลี่ยนมันยังไง มีใครแนะนำอะไรดีๆบ้าง แม่ของคุณหรือโค้ชว่ายังไงบ้าง?

DMC: ไม่มีใครพูดอะไรนะ เพราะพวกนั้นเค้ารู้จักผมดี ผมว่าในใจพวกเค้าก็คงคิดในใจว่า “จะมีเชี้ยไรให้เปลี่ยนล่ะ?” ผมมานั่งคิดดูแล้ววิเคราะห์ผู้เล่นอื่นๆในลีกและก็เข้าใจ แค่ “ชนะ” คนก็จะยอมรับคุณเองในแบบที่คุณเป็น ผู้คนจะรักคุณอยู่ดีถึงคุณจะเป็นไอ้บ้าคนนึงถ้าคุณชนะ แค่คุณชนะชื่อเสียงด้านลบๆมันจะถูกกวาดไปซ่อนอยู่ใต้พรมเองและไม่มีใครสนใจ

SLAM: ไอ้ “ชนะ” ที่คุณพูดถึงนี่มันประมาณไหนดีล่ะตอนนี้

DMC: ในสถานะการณ์ทีมเราตอนนี้ ถ้าได้เข้า Playoff จะเป็นฤดูการที่สมบูรณ์แบบแล้ว แต่ผมคิดว่าทีมเราไร้ขีดจำกัด อะไรก็เกิดขึ้นได้นะ เราคิดได้ พูดออกมาได้ และไม่แน่อาจจะทำมันได้ก็ได้

_______________

Boogie สถบคำหยาบรัวๆระหว่างสัมภาษณ์ ไม่ใช่แค่ “Motherfucker” ซึ่งประมาณว่า “เช็ดแม่” (มี “Fuck” อีก 26 ครั้งและอื่นๆอีกมากมาย) ภาษาห่ามๆและการสื่อสารตรงๆของเค้าเป็นที่ถูกใจแฟนพันธ์แท้ของเค้าอย่างมาก เพราะเค้าเป็นที่พูดจากใจ เป็นผู้เล่นที่อายุเพียง 25 ปี ประสบความสำเร็จมีเงินมากมาย เข้าถึงได้ไม่ยาก และอยู่ในโลกยุคใหม่ เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างคล่องแคล่ว แต่นิสัยห่ามๆของเค้าก็แน่นอนว่าไม่เป็นที่พอใจของผู้บริหาร NBA เท่าไหร่ในเชิงภาพลักษณ์ ทำให้เค้าถูกเพ่งเล็งจากลีก เพราะ NBA ต้องการเป็นลีกกีฬาระดับโลกที่มีภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นตัวอย่างให้เยาวชน ซึ่งจริงๆ Cousins ก็รู้ถึงประเด็นและเหตุผลของ NBA แต่เค้าตัดสินใจที่จะเป็นตัวเองจริงๆ เค้าไม่ต้องการเป็นแบบนึกต่อหน้าสื่อ และเป็นอีกแบบนึงในชีวิตจริง

เอาจริงๆผู้เล่นที่กล้าและบ้าบิ่นแบบนี้ หายากมาก และก็เจ๋งมากในมุมนึง แต่ก็ทำให้มันง่ายมากเช่นกันที่ตัวตนของเค้าจะถูกสื่อปั่นกระแสและบิดเบือน

อย่างไรก็ดี มีอย่างหนึ่งที่มีพลังมากกว่าภาษาห่ามๆและนิสัยกวนๆแต่จริงใจของเค้านั่นก็คือก็วิธีที่เค้าเล่นบาสเก็ตบอล

ผู้เล่นตำแหน่ง Power Forward ระดับตัวจริงใน NBA คนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อกล่าวไว้ว่า “ผมชอบเค้านะนอกสนาม แต่ผมไม่ชอบเล่นแข่งกับเค้าเลยในสนาม ผมต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกายนานมากหลังเจอเค้าก่อนจะกลับไปเต็มร้อยอีกครั้ง”

ด้วยตัวที่หนาของ Boogie เค้าอัดใส่ผู้เล่นวงในฝ่ายตรงข้ามเกมละราว 34 นาทีอย่างไม่ลดละ เค้าสู้ด้วยท่อนแขนและลำตัว ปักเท้าดันด้วยสะโพกและขา เค้าเป็นคนที่มีใจเต็มร้อยในการเล่นแบบใช้อัดร่างกายใส่อีกฝ่ายอย่างเต็มที่ การใช้ร่างกายเข้าประทะของเค้านั้นถูกส่งเสริมด้วยมือที่นุ่มและเบา (Soft hands) ที่ทำให้สามารถปล่อยได้อย่างดี และเค้ายังความสามารถในการทรงตัวและรักษาความสมดุลย์ของร่างกายชั้นเยี่ยมที่ถือว่าเป็นพรสวรรค์สำหรับคนที่ตัวใหญ่ขนาดเค้า ซึ่งวิธีเล่นและทักษะlสองด้านของเค้าทั้งด้านความรุนแรงและความนุ่มนวลนี้ทำให้เค้าทั้งได้ฟาล์วในปริมาณสูง (ได้ยิงลูกโทษราว 11 ลูกต่อเกม) และเสียฟาล์วเกมบุกเยอะในเวลาเดียวกัน (เสียฟาล์วเฉลี่ย 4.5 ครั้ง)

SLAM: ตอนนี้คุณดูชิลมากนะ แต่พอคุณเล่นบาส คุณดูเป็นอีกคนเลย คุณรู้ตัวมั้ย

DMC: อืมมันเป็นแบบนั้นแหละ ผมเป็นคนอยู่กับช่วงเวลานั้นๆมากๆน่ะ ในสนามผมจะเป็นแบบนึง นอกสนามผมจะเป็นอีกแบบที่ต่างไปโดนสิ้นเชิง ในสนามมันมีผู้เล่นอีกฝั่งที่รอเด็ดหัวคุณอยู่ ผมต้องทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ แต่นอกสนามผมชิลมาก และผมว่านั่นมันดีที่สุดแล้วล่ะ ชิลและสบายๆ

SLAM: คุณชอบมั้ยเวลามี Big Men ฝ่ายตรงข้ามไว้ชนด้วย?

DMC: ทีมที่ผมชอบเจอที่สุดคือ Clippers นะ ผมบอกได้เลยว่าผมรอเกมนั้นเสมอ ผมถือว่ามันเป็นเกมสำคัญของผม

SLAM: เพราะอะไรบางอย่าง มันเหมือนการตัวสู้ของความดีกับความชั่วเลยนะ เวลาคุณเจอ Blake (Griffins) และทีมของเค้า (ก็น่าจะหมายถึง DeAndre)

DMC: จริง (หัวเราะ) มันเหมือนกับเด็กดีตัวอย่างประทะไอ้เด็กวายร้ายเลย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ DeMarcus Cousins jordan

SLAM: ถามจริงๆ ทำยังไงคุณถึงยังรักบาสเก็ตบอลทั้งๆที่ทีมคุณแพ้( มากกว่าชนะ) ทุกปี

DMC: ผมรักที่จะทำสิ่งนี้ ผมกิน นอน ขี้ เป็นบาสเก็ตบอลเลยล่ะ (หัวเราะ)

SLAM: LeBron เคยบอกว่า เค้ารู้สึกว่าร่ายกายเค้าไม่เหมือนเดิมหลังอายุ 26 เค้าไม่สามารถกิน Junk Food และเล่นบาสอาชีพได้อีกต่อไป เค้าบอกว่าเค้าต้องมาสนามเร็วขึ้นก่อนแข่งเพื่อยืดกล้ามเนื้อ เล่นโยคะ คุณรู้สึกอย่างนั้นกับร่างกายตัวเองหรือยัง

DMC: เชื่อผมได้เลย ผมรู้ชัดเจนเลยว่าเค้าหมายถึงอะไร ผมกำลังเป็นอยู่ตอนนี้เลย นี่คือธุรกิจ คืออาชีพของคุณ นี่คือสิ่งทำเงินให้คุณ คุณต้องตั้งใจดูแลมัน

SLAM: แล้วปีนี้คุณทำอะไรที่ต่างออกไปล่ะงั้น?

DMC: อยู่ในยิม (ฟิตเนส) นานขึ้น เข้ามาเทรนก่อนตารางสองชั่วโมง ออกหลังสองชั่วโมง ต้องทำตัวเองให้ฟิตตลอดเวลา

SLAM: แล้วคุณชอบดูเทปวิดีโอเกมเก่าๆ (เพื่อศึกษาหาจุดบกพร่องของตัวเองและหาจุดอ่อนคู่แข่ง) มั้ย?

DMC: จริงๆแล้วผมอยู่ระหว่างการเรียนรู้ที่จะทำมันนะ คนที่มาชักจูงให้ผมชอบดูเทปคือ Rondo เค้าชอบดูเทปมาก เรานั่งติดกันบนเครื่องบินเสมอ ผมก็เลยติดนิสัย (ที่จะศึกษาจากเทปของ) เค้ามาด้วย

ในเรื่องความสัมพันธ์กับ Rondo DMC ยังกล่าวในอีกการสัมพาษณ์ว่า “ไม่ได้เป็นการว่าร้ายเพื่อนร่วมทีมเก่าๆของผมน่ะ แต่ Rondo รู้วิธีทำให้เกมมันเล่นได้ง่าย เค้ารู้จังหวะจ่ายบอลว่าตรงไหนและตอนไหนที่ผมจะทำคำแนนได้ง่ายๆโดยไม่ต้องพยายามมาก และ IQ เกมในเกมรับของเค้าก็ส่งผ่านมาถึงผม ทั้งในและนอกสนาม แนวคิดของเค้ามันช่วงทำให้ผมโตและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เค้าช่วยผมในหลายด้าน”

SLAM: คุณคิดยังไงกับเมืองนี้ (Sacramento)

DMC: ผมรักเมืองนี้ ผมคิดว่าที่นี่คือบ้าน ผมอยากเป็นตำนานของที่นี่ มีเบอร์ของผมถูกรีไทร์ขึ้นไปแขวนไว้บนสนาม ผมอยากให้มีเรื่องเล่าว่าผมเป็นคนเปลี่ยนให้ทีมนี้เป็นผู้ชนะ สรุปว่าเมืองน่ะไม่ใช่ปัญหาเลย แต่การที่เราแพ้น่ะใช่

SLAM: ขอให้ความเห็นลอยๆหน่อยนะ แต่ผมเห็นภาพ Kevin Garnett ในตัวคุณ ตั้งแต่วิถีนำทีมของคุณ และการเคลื่อนไหวของคุณ คุณเห็นเหมือนกันไหม?

DMC: อาจจะนะ แต่สิ่งที่ผมสรุปคือ ชัยชนะมันช่วยคุณเสมอ ผมว่าถ้า KG แพ้ตลอดมาและเป็นคนนิสัยอย่างเดิมแบบที่เค้าเป็น (KG ชอบมีจังหวะเล่นแรง ชอบพูดดูถูกยั่วคู่แข่ง และอื่นๆ) ผู้คนจะคิดว่าเค้าเป็นคนที่แย่ที่สุดใน NBA นั่นคือจุดที่ผมอยู่มาตลอดเพราะผมแพ้ ไม่มีใครชอบผู้แพ้หรอก ทุกคนชอบผู้ชนะ ผมไม่คิดว่าผมต่างจาก Joakim Noah (ที่แฟนบาสหลายๆคนชอบ) เท่าไหร่เลยนะ เอาจริงๆผมว่าเค้ามีช่วงเวลาบ้าๆเยอะกว่าผมอีก ของเค้ามันกลายเป็นเรื่องความจริงจังในเกมหรือความตั้งใจ แต่ส่วนของผมมันกลายเป็นการควบคุมอารมณ์ที่ไม่ดีและท่าท่างกวนประสาทตอนเล่น

______________

เคยมีเรื่องเล่าว่าตอน Boogie เข้าลีกมาไม่กี่ปี มีวันหนึ่งเค้าเข้าไปหาผู้เล่นคนหนึ่งที่เด็กกว่าเค้าลงไปอีก เค้าเข้าไปเผชิญหน้าและพูดจากดดันเด็กคนนั้นต่อหน้าคนอื่นในทีม ่ทำการต่อว่ากดดันเด็กคนนั้นว่าเล่นไม่เต็มความสามารถที่มี ข่าวลือบอกว่า Boogie เข้าไปด้วยเจตนาที่อยากให้เด็กคนนั้นพัฒนาและเริ่มต้นอาชีพได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าการทำแบบนั้นอาจจะเป็นผลดีกับผู้เล่นที่มีไฟพร้อมจะสู้ แต่เด็กคนนั้นกลับร้องไห้ รับไม่ได้กับการกระทำของ Boogie และย้ายออกจากทีมไปในที่สุด (ข่าวไมได้บอกว่าเด็กคนนั้นคือใครใน NBA ในปัจจุบัน)

Boogie ไม่ยอมยืนยันหรือปฎิเสธข่าวลือนี้ ซึ่งก็เป็นได้ว่ามีเค้าโครงของความจริงบ้าง และเรื่องนี้มันบอกกับเราได้สองอย่าง อย่างแรกนั่นก็คือเค้าเป็นคนแนวดุโหดที่ใช้ความกดดันในการผลักดันตัวเองและคนอื่นเค้าไม่ไว้หน้าใคร และ สองเพื่อนรวมทีมใน Sacramento ของเค้าในหลายๆครั้งไม่สามารถเล่นได้เท่ากับมาตรฐานที่ Boogie ตั้งไว้เพื่อชัยชนะซึ่งทำให้เค้ามีข่าวว่ามีปัญาหากับคนอื่นออกมาเรื่อยๆ

ถึงเค้าจะไม่ยอมรับเรื่องข่าวนี้ แต่มีบางอย่างที่เค้ายอมรับได้เสมอ: ความสามารถในเกมบาสของเค้าเอง

SLAM: มันง่ายเหมือนที่เราเห็นมั้ย สิ่งที่คุณทำบนสนาม?

DMC: ในสนามบาสอ่ะนะ? แน่นอน ง่าย ไม่มีใครป้องกันผมได้

SLAM: สำหรับพวก Big men คนอื่นๆ หลายคนมันดูเหมือนเค้าต้องพยายามมาก แต่การทำ 25 แต้ม 12 รีบาวด์มันดูเกิดขึ้นเองสำหรับคุณ

DMC: ไม่อยากจะให้ฟังดูอวดดีหรอกนะ แต่มันง่าย

SLAM: ถามซ้ำ งั้นตกลงคุณคือ Big Man ที่ดีที่สุดในลีก?

DMC: อย่างห่างไกลเลยล่ะ

……..

เชื่อหรือไม่เชื่อ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เค้าพูดก็แล้วแต่คุณจะตัดสินใจเถอะ แต่ที่แน่ๆก็คือเค้าคือ Big Man ที่น่าสนใจที่สุดคนหนึ่งในลีกในตอนนี้และเค้าเต็มไปด้วยไฟแห่งการแข่งขันและทักษะรอบด้านที่หาไม่ได้ง่ายๆในผู้เล่นตัวใหญ่ในปัจจุบัน หวังว่าแฟนบาสชาวไทยจะได้มีโอกาสดูและพิสูจน์ฝีมือของเค้ามากขึ้น และร่วมกันพิสูจน์ว่าเค้าจะมีดีเหมือนที่พูดจริงหรือไม่ในระยะยาว

ที่มา:

  1. http://www.slamonline.com/antidote/
  2. http://fivethirtyeight.com/features/demarcus-cousins-is-a-usage-monster/
  3. http://www.nba.com/2016/news/features/david_aldridge/01/11/morning-tip-sacramento-kings-try-to-turn-corner-with-demarcus-cousins-rajon-rondo-leading-way-whats-next-for-brooklyn-nets-mikhail-prokhorov-john-calipari-qa-with-jamychal-green–kj-mcdaniels/
  4. รูปจาก; http://www.slamonline.com/antidote/