LeBron James: ชายผู้ถูกเลือก (The Chosen One) – ตอน 5

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า…ในช่วงเวลาที่เลวร้าย ไม่มีสิ่งใดสำคัญกว่าการได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ท่ามกลางพายุร้าย ‘ความหวัง’ คือแรงจูงใจที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คนสามารถก้าวเดินต่อไปได้…เลอบรอน ใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการจุดประกายแห่งความหวังให้แก่ ‘เมืองต้องคำสาป’ อย่างคลีฟแลนด์ โดยการพาทีม Cleveland Cavaliers เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม

ในซีรีย์นั้น (ปี 2007) การใช้คำว่า “แบกทีม” คงเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินไปนักสำหรับผลงานที่เลอบรอนทำ คงมีนักบาสเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้ที่สามารถพาทีมที่มีองค์ประกอบที่แย่มาก…ถึงขนาดที่นักวิเคราะห์บางคนใช้คำว่า ‘ขยะ (Junk)’…ที่ประกอบด้วยผู้เล่นหลักอย่าง Sasha Pavlovic, Drew Gooden, Larry Hughes และ Zydrunas Ilgauskas เข้าสู่รอบ NBA Finals แทบไม่มีใครแบ่งเบาภาระจากเลอบรอนได้เลย…และเกมที่ทำให้แฟนบาสทั่วโลกตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของเลอบรอน คงไม่มีเกมไหนเกินไปกว่า เกมที่ 5 ของรอบชิงแชมป์สายตะวันออกที่ Cavs เจอกับ Detroit Piston

ในคืนนั้น เลอบรอน ทำไป 48 คะแนน 9 รีบาวน์ กับอีก 7 แอสซิตท์ พาทีมชนะ Pistons ไปในช่วงต่อเวลาครั้งที่สอง ด้วยคะแนน 109 – 107 สำหรับคนที่ไม่ได้ชมเกมนั้น คงประทับใจกับตัวเลขที่เห็น แต่ความยิ่งใหญ่ของเลอบรอน ในค่ำคืนนั้นมันมากมายเกินกว่าที่จะเห็นได้จากแค่สถิติ…ในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย กับเกมที่มีความกดดันและความหมายอย่างมากต่อการเข้ารอบ ใน 16 นาทีสุดท้ายของเกม (รวมการต่อเวลาสองครั้ง) เลอบรอนเพียงคนเดียวทำ 25 คะแนนสุดท้ายให้แก่ทีม โดยที่ไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนอื่นทำคะแนนได้เลยในช่วงเวลาดังกล่าว (และทำ 29 จาก 30 คะแนนสุดท้ายที่ทีมทำได้); ด้วยการยิงลง 11/14 ครั้ง และปิดเกมด้วยการแหวกฝูงผู้เล่น Pistons เข้าไปเลย์อัพในช่วง 2 วินาทีสุดท้าย และคว้าชัยชนะให้แก่ Cavs อย่างน่าอัศจรรย์…ในการลงเล่นทั้งหมดถึง 50 นาทีของเลอบรอน เค้าทำลูกเสีย (turnover) เพียง 2 ครั้ง ตลอดทั้งเกม มีผู้เล่นของ Cavs อีกเพียงสองคน คือ Ilgauskas และ Gibson ที่ทำแต้มได้เกินสองหลัก (16 และ 11 คะแนน ตามลำดับ)

“นี่คือความยิ่งใหญ่แบบเดียวกับจอร์แดน” – สตีฟ เคอร์ จาก TNT กล่าว

“นี่มันไม่ไช่แค่การทำ 29 จาก 30 คะแนนที่ทั้งทีมทำได้ในช่วงท้ายเกม ลูกดังค์สองลูกนั้นในช่วงก่อนจบควอเตอร์สุดท้าย วิธีการที่เขาฝ่าฟันสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โค้ชแย่ๆ และ เพื่อนร่วมทีมห่วยๆ การที่เขาสู้ สู้ และ สู้ แม้กระทั่งลูกเลย์อัพปิดเกมลูกนั้นก็ยังทำให้ดูง่ายดายอย่างเหลือเชื่อ…เลอบรอน เพียงคนเดียว ทุบ พิสตันส์ทั้งทีมอย่างอยู่หมัด” – ESPN.com, June 1: We’ll Never Forget LeBron’s 48-Point Game

“หลังจากที่ฝุ่นควันหายตลบอบอวนที่สนาม The Place (สนามของ Pistons) ชาวพิสตันทุกคนเป็นสักขีพยานถึง หนึ่งในผลงานการเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด…นับจากที่ ไมเคิล จอร์แดน เลิกเล่น” – สำนักข่าว Detroit News

“เจมส์เค้นพลังจากทุกส่วนของร่างกายเพื่อโชว์ให้ทุกคนเห็นถึงหนึ่งในการเล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NBA เพลย์ออฟ ยกระดับ Cleveland Cavaliers ไปสู่ฤดูกาลที่ดีที่สุดของทีม” Sports Illustrated, June 1: Unstoppable Force

แม้ว่าจะผ่าน Pistons เข้าไปสู่ในรอบ NBA Finals ได้อย่างเหลือเชื่อ แต่ด้วยองค์ประกอบของทีม Cavs ในปีนั้นก็ยังห่างไกลจากการคว้าแชมป์ และก็พ่ายให้กับ San Antonio Spurs อย่างราบคาบ 4 เกมส์รวด…การเข้าสู่รอบชิง จุดประกายความหวังให้กับชาวคลีฟแลนด์และแฟน Cavs ทุกคน ความฝันที่ได้แชมป์ NBA ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เมื่อฤดูกาลใหม่เริ่มขึ้น คือช่วงเวลาแห่งความหวังใหม่ เมืองต้องคำสาปกำลังจะถูกเยียวยาด้วยการคว้าแชมป์ของทีมกีฬาของเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างถูกฝากไว้กับ เลอบรอน และในตอนนั้น…เค้าก็ยินดีที่จะแบกรับมันไว้…

ในปี 2008 เลอบรอน ทำผลงานเฉลี่ย 30 คะแนนต่อเกม สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของลีก (Scoring Title) พาทีมเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้อีกครั้ง โดยการเอาชนะ Wizards ในรอบแรก และต้องพบกับ Boston Celtics ในรอบที่สอง โดยต้องตัดสินกันถึงเกมที่ 7 ในเกมนั้น เลอบรอนทำไปถึง 45 คะแนน แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องพ่ายให้แก่ Celtics และตกรอบสองไปอย่างน่าเสียดาย

ปี 2009 ด้วยการนำทีมของเลอบรอน Cavs เข้าเพลย์ออฟเป็นอันหนึ่งของสายด้วยสถิติการชนะ 66 เกมส์ (แพ้ 16) ซึ่งมีเพียง 12 ทีมในประวัติศาสตร์ที่เคยทำได้ ณ เวลานั้น ส่วน เลอบรอน ทำผลงานเฉลี่ย 28.4 แต้ม 7.6 รีบาวน์ และ 7.2 แอสซิสต์ และได้รับรางวัล MVP เป็นครั้งแรกของชีวิตและคนแรกของประวัติศาสตร์ทีมที่ได้รับรางวัลนี้…เมื่อเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ เลอบรอน พาทีมชนะ Pistons และ Atlanta Hawks อย่างราบคาบโดยไม่แพ้เลยแม้แต่เกมเดียว และเข้าสู่รอบชิงแชมป์สายเป็นครั้งที่สอง พบกับ Orlando Magic ที่นำทีมโดย Dwight Howard แม้จะทำ

ผลงานส่วนตัวในรอบเพลย์ออฟได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยสถิติเฉลี่ย 38.5 คะแนน, 8.3 รีบาวน์ และ 8 แอสซิสต์ แต่ Cavs ก็ต้องพ่ายให้แก่ Magic ในเกมที่ 6 ท่ามกลางความผิดหวังของชาวคลีฟแลนด์…เลอบรอน เดินออกจากสนามทันทีโดยไม่รอจับมือกับทีมตรงข้าม…เค้าเสียใจและผิดหวัง สิ่งที่จะสามารถตอบสนองแฟนบาสและชาวคลีฟแลนด์ได้คือการพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้เท่านั้น ต่ำกว่านั้นถือว่าเป็นความล้มเหลว

การพ่ายแพ้ต่อ Magic ทำให้เกิดคำถามรอบตัวเลอบรอนมากมาย ไม่ว่าจะความกังขาในความสามารถนำทีม ความสามารถในการแบกรับแรงกดดันของเลอบรอน รวมถึง องค์ประกอบที่แย่เกินไปของทีม Cavs ในประเด็นหลัง Mo William เพื่อนร่วมทีมของเลอบรอนได้ให้ความเห็นว่า

“พวกเราพึ่ง [เลอบรอน] มากเกินไป พวกเราต้องเล่นให้ดีขึ้นเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมาเล่นเองทุกเพลย์แบบนี้ นั่นคือเหตผลที่เขาตะคริวขึ้น และทำไมเขาต้องลงไปแช่ในถังน้ำแข็ง เขาต้องฝืนมากเกินไป”

ในปีถัดมา เลอบรอน ก็ยังคงทำผลงานในฤดูกาลปกติได้อย่างยอดเยี่ยมอีกเช่นเคย โดยการพาทีมเข้ารอบเพลย์ออฟเป็นอันดับหนึ่งพร้อมกับการคว้าแชมป์ MVP เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน Cavs เป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ในปีนั้น ในรอบที่สองของเพลย์ออฟ Cavs ต้องโคจรมาพบกับคู่ปรับเก่าอย่าง Celtics และก็ต้องพ่ายให้แก่ Celtics ซึ่งมีอันดับต่ำกว่าอย่างน่าผิดหวัง ในซีรีย์นี้ เลอบรอน ถูกตั้งข้อกล่าวหาอย่างร้ายแรงว่าเค้า ‘ทิ้ง’ เกม โดยเฉพาะในเกมที่ 5 ขณะที่ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 2 – 2 เกม Cavs มีโอกาสขึ้นนำซีรีย์จากการเล่นที่บ้าน แต่กลับแพ้อย่างขาดลอยด้วยคะแนน 88 – 120…เลอบรอน ทำได้ 15 คะแนน จากการยิง 3/14 ครั้ง เค้าถูกแฟนทีมตัวเองโห่ใส่ และแฟนส่วนมากเดินออกจากสนามก่อนเกมจะจบด้วยซ้ำ…หลังจากที่ตกรอบ เลอบรอน ถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากทั้งแฟนบาส เจ้าของทีม ตลอดจนถึงสื่อต่างๆ

“เขาทิ้งเกม…ไม่ไช่แค่เกมที่ 5 ในเกม 2, 4, และ 6 ก็เช่นกัน ลองย้อนไปดูเทปสิ ในซีรีย์ที่เจอกับบอสตัน มันไม่ไช่การเล่นของนักกีฬาระดับซุปเปอร์สตาร์แน่ๆ ไม่ว่าจะกีฬาประเภทไหนก็ตาม” Dan Gilbert (เจ้าของทีม Cavs) กล่าว

หลังจากจบฤดูกาลด้วยความผิดหวัง เป็นช่วงที่ เลอบรอนหมดสัญญากับ Cavs พอดี แฟนบาส สื่อ ทั่วโลก และที่สำคัญที่สุด ชาวคลีฟแลนด์ ต่างรุมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเลอบรอน ว่าเค้าจะตัดสินใจต่อสัญญากับทีมเก่าหรือย้ายไปเล่นให้กับทีมอื่น

“ผมรักเมือง Akron แบบสุดชีวิต” “…ตั้งแต่ผมยังเล็กๆ ผมคิดอยู่เสมอว่าผมจะทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักให้ได้ และผมจะทำแบบนั้นต่อไป” “…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ที่นี่จะยังคงเป็นบ้านผมตลอดไป”

นี่คือคำพูดที่เลอบรอน กล่าวที่ University of Akron ในงานชุมนุมท้องถิ่นที่เค้าจัดขึ้นหลังจากที่ทราบว่าจะได้รับรางวัล MVP เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน งานชุมนุมดังกล่าวถูกจัดขึ้นก่อนที่เลอบรอน จะได้รับรางวัลอย่างเป็นทางการอีกทีจากคณะกรรมการ NBA โดยปกติผู้เล่นจะจัดงานฉลองเล็กๆ ภายในครอบครัว หรือ เพื่อนสนิท หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อ MVP แต่เลอบรอน จัดงานดังกล่าวให้ใหญ่กว่านั้น ทำให้มันกลายเป็นกิจกรรมของชุมชน โดยเลือก Rhodes Area สนามบ้านเกิดที่เลอบรอนใช้แข่งบาสสมัยมัธยมอยู่เป็นประจำเป็นที่จัดกิจกรรม เพื่อที่จะได้จุคนได้มากขึ้น เค้าเชิญครอบครัว ญาติ เพื่อนร่วมทีมตั้งแต่สมัยมัธยม ชาวเมือง แฟนบาส และ สื่อต่างๆ มาเข้าร่วมฉลองการรับรางวัลดังกล่าว เมื่อมีสื่อถามเลอบรอนว่า ทำไมเค้าถึงจัดงานดังกล่าวให้เป็นกิจกรรมของชุมชน เลอบรอนให้คำตอบสั้นๆ ว่า

“เพราะว่า ผมก็เป็นแค่ เด็กตัวเล็กๆ จากเมือง Akron”

ถ้าติดตามเรื่องราวของเลอบรอนมาแต่ต้น จะเข้าใจถึงความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของเลอบรอนกับบ้านเกิด มันมากมายกว่านักกีฬาคนอื่นในกรณีทั่วไปที่เล่นกับทีมใดทีมหนึ่งมายาวนาน สำหรับเลอบรอน มันมากกว่านั้น เค้าถูกหล่อหลอมและเติบโตมาจากความช่วยเหลือของเพื่อนบ้าน เมื่อโตขึ้นเป็นนักบาสที่มีชื่อเสียง สิ่งที่เค้าแสดงออกมาโดยตลอดคือ ความรักต่อบ้านเกิด ความปราถนาที่จะทำอะไรคืนให้แก่ชุมชนด้วยพรสวรรค์ที่เค้ามี บ่อยครั้งที่เลอบรอนพูดออกสื่อถึงความรักและผูกพันของเค้ากับเมือง Akron และชาวเมืองก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี

“เมือง Akron มีความหมายมากสำหรับผม…Akron, รัฐโอไฮโอคือชีวิตของผม ผมรักเมืองนี้” เลอบรอน กล่าว

แม้จะมีกระแสข่าวลืออย่างมากมาย เกี่ยวกับการตัดสินใจของเลอบรอน แต่ชาวคลีฟแลนด์โดยส่วนมากยังคงเชื่อมั่นว่า เลอบรอน จะยังคงอยู่กับคลีฟแลนด์ ที่นี่คือบ้านเกิดของเขา แม้แต่ Dan Gilbert เจ้าของทีมก็ยังคงมั่นใจว่าเลอบรอนจะต่อสัญญากับทีม ในจุดนี้ของชีวิตการเล่น เลอบรอนมีเงิน ชื่อเสียง รางวัล MVP สองสมัย ความสำเร็จในแง่ส่วนตัวมากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ แฟนบาสและชาวเมืองที่รักเค้ายังอย่างสุดหัวใจ ที่นักบาสทั่วไปได้แต่ฝันถึง…ชีวิตเค้าขาดแต่เพียงสิ่งเดียว คือ…แชมป์ NBA…

มันคงเป็นบทสรุปที่สวยงามราวกับภาพยนต์ สำหรับฮีโรคนนึงที่สามารถคว้าชัยชนะให้กับทีมบ้านเกิดที่เฝ้ารอสิ่งนั้นมากว่า 50 ปี แต่ในชีวิตจริงมันไม่ง่ายเช่นนั้น…แม้แต่ซุปเปอร์ฮีโรในการ์ตูนก็ต้องมีผู้ช่วย แบทแมน ต้องมีโรบิน ซุปเปอร์แมน ก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากลูอิส…นักบาสเกตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาลอย่าง ไมเคิล จอร์แดน ก็ต้องมี พิพเพน จึงจะสามารถคว้าแชมป์ได้…ตลอด 7 ปี ที่อยู่กับ Cavs เลอบรอน ขาดผู้ช่วยที่สามารถแบ่งเบาภาระในสนามได้อย่างมีนัยสำคัญ และก็ไม่ไช่ว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ไม่เชื่อใจเพื่อนร่วมทีม…ในซีรีย์ที่เขาเจอกับ Magic ในรอบชิงแชมป์สายบอกอะไรได้หลายอย่าง;

ในเกมแรกที่ Cavs แพ้ 106 – 107 เลอบรอนทำคะแนนคนเดียว 46% ของคะแนนทั้งหมดที่ทีมทำได้ และในทีมมีเพื่อนร่วมทีมอีกแค่คนเดียวที่ยิงลงเกิน 50% ในขณะที่เกมที่สองและสามก็ไม่ต่างกัน เกมสอง เลอบรอนทำ 36 เกมสามอีก 41 คะแนน จากคะแนนทั้งหมด 89 คะแนนที่ทีมทำได้ ในตอนนั้นมีเพียง Ben Wallace อีกคนเดียวที่ยิงลงเกินกว่า 50%…หลายคนมีความเห็นว่า เลอบรอน ยังมีจิตใจที่ไม่แข็งแกร่ง ยังขาดความกระหายแบบเดียวกับที่ จอร์แดน หรือ โคบี้ มี แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ เลอบรอน ไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่ดีพอเช่นเดียวกับยอดนักบาสในตำนานคนอื่น…ในขณะที่องค์ประกอบทีมเป็นเช่นนั้น เลอบรอน ต้องเผชิญกับความคาดหวังที่หนักหน่วง นั่นคือ ต้องคว้าแชมป์ NBA ให้ได้สถานเดียว สิ่งที่ต่ำกว่านั้นคือ ความล้มเหลว

ความกดดัน ความคาดหวัง ความผิดหวังจากไล่ล่าแหวนแชมป์ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มันคงหนักหน่วงเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจ…เลอบรอน รักคลีฟแลนด์อย่างไม่ต้องสงสัย บาสเกตบอลคือสิ่งที่เค้าตอบแทนให้กับบ้านเกิดได้ เค้าเข้าใจดี…แต่สิ่งที่เด็กหนุ่มวัย 26 ปี กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ คือ กำแพงที่ไม่สามารถก้าวข้ามได้ เค้ารู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถพาทีมไปสู่จุดหมายโดยลำพังได้ การต้องจบอาชีพการเล่นโดยไปไม่ถึงจุดหมายที่ฝันไว้มันกัดกินหัวใจของเค้า…และตอนนี้มันถึงเวลาที่เค้าต้องเลือก ต้องเลือก

‘อยู่หรือลาจาก’

‘จะละทิ้งเมืองและผู้คนที่เค้ารักเพื่อความฝันของตัวเอง หรือ จะละทิ้งความฝันแล้วอยู่เพื่อคนอื่น’

‘จะอยู่กับ Cavs ด้วยความเสี่ยงที่จะไร้แหวนแชมป์ตลอดอาชีพการเล่น หรือ ตัดสินใจย้ายทีมเพื่อความฝันของตัวเอง’

คงเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 26 ปี ในคราบนักบาสที่ยิ่งใหญ่

***ความรักชนะทุกสิ่ง ยิ่งมีมากเท่าไหร่ จะทำให้มีตอน 6 เร็วขึ้นเท่านั้น***

เขียนโดย Fatfree

อ่านทุกตอนได้ที่นี่:
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5
ตอนที่ 6


อ้างอิงจาก:

http://www.nba.com/playoffs2007/news/lebron_historic_night.html
https://www.theguardian.com/sport/blog/2009/may/26/lebron-james-cleveland-cavaliers-nba
http://espn.go.com/nba/news/story?id=5365793
http://bleacherreport.com/articles/417743-the-decision-a-bad-decision-for-lebron-james

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.