สาเหตุที่ทีม NBA ปีนี้ ทำแต้มกันกระจุยกระจาย ถูกใจขาแทงแต้มสูง

แม้ว่า NBA จะเพิ่งเริ่มเปิดฤดูกาลได้ไม่นาน แต่ก็เห็นเทรนด์ที่ชัดเจนมาอย่างหนึ่งในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้ ก็คือ การทำแต้มจากทุกทีมที่กระจุยกระจายมากเป็นพิเศษ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นกูรูหลายๆ คนออกมาวิเคราะห์เรื่องความสำคัญของการใช้พื้นที่ การคุมจังหวะความเร็วของเกม และ ความได้เปรียบของลูกสามแต้ม แต่ดูท่าทาปีนี้จะเป็นปีแรกที่มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่เพียงทีมบางกลุ่มเล็กๆ ใช้เพื่อความได้เปรียบ (อย่าง Warriors หรือ Rockets) แต่มันเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ทุกทีมในลีกให้ความสำคัญกันอย่างเต็มที่มากขึ้น

ก่อนเกมในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ มีการแข่งขันทั้งหมด 124 เกม ซึ่งในจำนวนนั้น มี 36 เกมที่มีทีมที่ทำได้มากกว่า 120 แต้ม เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน มีเกมที่ทีมทำได้มากกว่า 120 คะแนนเพียง 15 เกมเท่านั้น

ส่วนหนึ่งก็คือ จังหวะการเล่นของเกมที่เร็วมากขึ้น โดยแต่ละทีมมีการครองบอลมากขึ้นถึง 4 ครั้งต่อทุก 48 นาที จากสถิติเมื่อปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งก็คือการเปลี่ยนกฏการ Reset Shot Clock ให้เป็นตามมาตรฐาน FIBA (หลังจากที่รีบาวด์เกมบุกได้ แทนที่จะได้ 24 วินาทีเหมือนเคย จะปรับเหลือเพียง 14 วินาทีเท่านั้น) ทำให้ทีมมีการเร่งจังหวะมากขึ้น

จำนวนการครอบครองบอลที่มากขึ้น ทำให้มีจังหวะที่ทำแต้มได้มากขึ้น ซึ่งก็มีผลทำให้การทำแต้มต่อเกมสูงมากขึ้นถึง 6 แต้มต่อเกม นอกจากการที่ทำแต้มได้มากขึ้นเพราะจำนวนการครอบบอลที่มากขึ้นแล้ว ปีนี้ยังเห็นได้ชัดว่า แทบทุกทีมมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดของ “การยิงแบบมีคุณภาพ” มากขึ้น

ในบาสยุคนี้ ไม่ต้องถึงขั้น “เมกาเคลเวอร์ฉลาดสุดๆ” ก็คงสามารถที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ ว่า การยิงสองแต้มในระยะกลางนั้น เป็นการยิงที่ “มีประสิทธิภาพน้อย”

จะไปยิงไกลๆ ให้ห่างออกจากห่วงทำไม ในเมื่อมันก็ได้แต้มเท่ากับการเข้าไปวางบอล หรือ ดั๊ง ใช่ไหมละ?

ยิ่งเมื่อทุกทีมมีเป้าหมายที่จะต้องล้มโคตรแชมป์สะพานทองให้ได้ เป้าหมายในการปรับเกมบุกของทุกทีมปีนี้เริ่มมองเห็นแนวทางร่วมกันที่ชัดเจนมากขึ้น นั่นก็คือ การลดจำนวนการยิงลูกระยะกลาง

จากจำนวนเกมทั้งหมด 62 เกมแรกของ NBA ฤดูกาลนี้ มีทีมทั้งหมด 22 จากทั้ง 30 ทีมที่มีอัตราส่วนการยิงจากระยะกลางลดลงมาจากปีก่อนๆ ซึ่งทีม Nets และ Bucks ลดอัตราส่วนเกมบุกที่ใช้กับการยิงระยะกลางลงไปมากกว่า 10% ด้วยซ้ำ

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือทีม Bucks ภายใต้การคุมของโค้ชคนใหม่ ไมค์ บูเดนโฮเซอร์ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีการยิงระยะกลาง 17.3 ครั้งต่อเกม แต่ในปีนี้ลดลงเหลือแค่ 7.0 ครั้งต่อเกม (เป็นจำนวนการยิงระยะกลางที่น้อยที่สุดใน NBA เป็นอันดับที่ 2)

การที่แทบจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้ อาจจะเป็นส่วนที่ทำให้ Bucks มีโอกาสในการพิชิต NBA สายตะวันออกมากขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ในเกมที่ Bucks เอาชนะ Knicks ได้ มีการถามสตาร์ประจำทีม ยานนิส อันเตโตคุมโป เรื่องการที่ Knicks มีการยิงระยะกลาง 8 ครั้งลง 8 ครั้ง ในควอเตอร์หนึ่งในขณะที่ Bucks มีการยิงสามแต้ม 13 ครั้งลงเพียง 1 ครั้ง

“มันก็ต้องมีวันแบบนี้บ้างแหละ” ยานนิสกล่าว “แต่ท้ายสุดแล้วผมก็ยังคิดว่า คุณไม่สามารถเอาชนะด้วยการยิงสองแต้มระยะกลางได้หรอก เกมรับของเรารับได้กับการที่คุณยิงสองแต้มซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปเรื่อยๆ นะ เรารับได้ เพราะนั่นคือแผนเกมบุกของเรา พอถึงตาเราบุก เรารู้ว่าเราก็จะได้สวนกลับ ถ้าไม่ด้วยการวางบอล หรือ ดั๊ง ก็ด้วยการยิงสามแต้ม”

แนวคิดในการบุกแบบนี้ ไม่ใช่แค่ Bucks หรือ ยานนิส เท่านั้น แต่เป็นแนวคิดที่เหมือนทั้งลีกยอมรับกันอย่างถ้วนหน้า ในปี 2017-2018 นั้น มีการยิงสองแต้มระยะกลาง 20.4% จากการยิงทั้งหมด แต่พอมาในปีนี้ตัวเลขตรงนี้ ตกลงมาเหลือเพียง 16.4% เท่านั้น

โอกาสในการยิงระยะกลางทั้งหมดเหล่านั้น ได้เปลี่ยนมาเป็นการยิงที่วิเคราะห์แล้วว่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็คือการทำแต้มใต้แป้น (เลย์อั๊พ กับ ดั๊ง) และ การยิงสามแต้ม เมื่อเทียบกันปีต่อปีแล้ว การยิงในช่วงใต้แป้นมีอัตราส่วนมากขึ้น 3.4% ในขณะที่การยิงสามแต้มมีอัตราส่วนเพิ่มมากขึ้น 1.3%

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Bucks จะออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรงด้วยสถิติชนะ 5 เกมรวด อีกทั้งยังมีการทำแต้มมากกว่าปีที่แล้ว 13 แต้มต่อเกมเทียบจากปีที่แล้วในช่วง 4 เกมแรก มันไม่ใช่เพียงการลดจำนวนการยิงระยะกลางเท่านั้น แต่ Bucks มีการเพิ่มจำนวนการยิงสามแต้มจาก 24.7 ครั้งต่อเกม (อันดับที่ 25 ในปี 2017-2018) เป็น 40.8 ครั้งต่อเกม (อันดับที่ 3 ในปีนี้) อีกทั้งยังมีการเพิ่มการยิงจากพื้นที่ใต้แป้นจาก 28.8 ครั้ง เป็น 33.3 ครั้งต่อเกม

ในขณะเดียวกัน ทีมที่ตกอยู่ช่วงท้ายตารางปีนี้ ก็คือเหล่าทีมที่ปรับตัวเข้ากับเทรนด์นี้ไม่ทัน… อย่างเช่นทีม Cleveland Cavaliers จากสถิติก่อนการแข่งขันในวันที่ 25 ตุลาคมนั้นทีมที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นอย่าง Cavs เป็นหนึ่งในเพียง 9 ทีมที่มีจำนวนการยิงสามแต้มลดลงมาจากปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ Cavs มีการยิงสามแต้มเพียง 21.8 ครั้งต่อเกม (น้อยลงจากปีที่ผ่านมาถึง 32%) และเป็นจำนวนการยิงสามแต้มต่อเกมเพียงครึ่งเดียวของทีม Dallas Mavericks ที่มีจำนวนการยิงสามแต้มต่อเกมมากที่สุดที่ 42.5 ครั้งต่อเกม

และจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจที่โอกาสในการยิงสามแต้มของ Cavs นั้น ได้เปลี่ยนเป็นการยิงระยะกลางแทน ซึ่งยิงทั้งหมด 24.5 ครั้งต่อเกม (มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2)

แม้ว่าช่วงเริ่มต้นซีซั่นนี้ จะเป็นช่วงสั้นๆ เพียง 9 วันเท่านั้น แต่เชื่อได้ว่าเทรนด์ในเกมบุกนี้ จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องอย่างแน่นอน การวิเคราะห์ตัวเลขทางสถิติ และ การใช้งานจริง ได้พิสูจน์มาแล้วว่า นี่คือรูปแบบของเกมบุกที่ประสบความสำเร็จได้ และ ทีมต่างๆ ในลีกเริ่มปรับตัวตามกันอย่างกว้างขวาง

ช่วงที่ผ่านมา อาจจะมีเพียงไม่กี่ทีมอย่าง Warriors หรือ Rockets ที่มีรูปแบบการเล่นที่กระจายพื้นที่การเล่นและปล่อยอิสระในการลั่นสามแต้มมากเป็นพิเศษ… แต่ทีมอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะค่อยๆ ไล่ตามมาในแนวทางเดียวกันแล้ว


แปลและเรียบเรียงโดย TK
บทความต้นฉบับโดย Matt Ellentuck (SB Nation) อ่านได้ที่นี่
ภาพปกบทความโดน Clutch Points

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.