การลุกขึ้นสู้ของ เลอบรอน เจมส์ กับเวทีการแสดงความเห็นของนักกีฬาในวงการการเมือง

ท่ามกลางความสนุกสนานของเทศกาลพักผ่อนกลางฤดูกาล All-Star Break ใน NBA นั้น แทนที่ สตาร์ดังอย่าง เลอบรอน เจมส์ จะได้เอนจอยความมันส์กับเพื่อนฝูงแบบชิวๆ กลับต้องมาวุ่นวายกับการถกเถียงทางการเมืองกับสื่อ Fox News

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เมื่อ เลอบรอน เจมส์ กับ เควิน ดูแรนท์ ไปออกรายการชื่อว่า Rolling With The Champion กับพิธีกร แครี่ แชมเปียน ซึ่งทั้งสามคนได้ถกกันทั้งเรื่อง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์, การเมืองของประเทศอเมิรกา, รวมถึงประเด็นอื่นๆ ใน บ้านเมืองปัจจุบัน

ซึ่งในรายการนี้ เจมส์ ได้พูดถึงหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงวลีเด็ดที่บอกว่า ทรัมป์ “ไม่ได้สนใจประชาชนชาวอเมริกันอะไรเลยทั้งนั้น” รวมถึงประเด็นอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องราวการเหยียดสีผิวที่เขาประสบมาในอดีต

แน่นอนว่า การที่คนระดับ เลอบรอน เจมส์ ออกมาแสดงความเห็นต่อประเด็นที่มีความอ่อนไหวระดับนี้ ต้องได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และ มีการตอบโต้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการตอบโต้ที่เป็นประเด็นที่สุดนั้น คือ รายการของ ลอร่า อินแกรม ในวันเดียวกัน

โดย อินแกรมได้ออกมากล่าวว่า

“ฉันแทบไม่อยากเชื่อคำพูดแบบนี้เลย พวกเขาต้องพูดอะไรกันแบบนี้จริงๆ หรอ? ที่แย่กว่านั้นคือ มีเยาวชน หรือแม้แต่บางที ผู้ใหญ่บางคน ที่เห็นความเห็นพวกนี้ แล้วหลงเชื่อจริงๆ จังๆ” อินแกรมกล่าวในรายการ “มามองดูแล้ว นี่อาจจะเป็นนิทานสอนใจก็ได้ สำหรับเด็กรุ่นต่อๆ ไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามจะลาออกจากการศึกษาระดับมัธยมเพื่อไปเล่น NBA”

“แน่นอน มันไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย ที่คุณจะไปฟังความเห็นทางการเมืองของคนๆ หนึ่ง ที่ได้รับเงินเป็นร้อยล้านดอลล่าร์ต่อปี แค่เพียงเพื่อ เดาะลูกบาสไปวันๆ”

“เฮ้ ทั้ง เลอบรอน ทั้ง เคดี คุณทั้งสองคนเป็นนักบาสที่เก่งนะ แต่ไม่ได้มีใครเลือกตั้งคุณมานะ มีคนหลายล้านคนที่เขาเลือกตั้ง ทรัมป์ มาเป็นประธานาธิบดีประเทศนี้ เพราะฉะนั้น เก็บความเห็นทางการเมืองของพวกคุณไว้ดีกว่า แล้วก็ช่วย ‘หุบปากแล้วก็เล่นบาสต่อไปเหอะ'”

ทั้งนี้ เลอบรอน เจมส์ ได้มีการแสดงออกความเห็นทางด้านการเมืองมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทั้งการ ทวิตด่า ทรัมป์ เรียกว่าเป็น “bum” หรือ แปลคร่าวๆ ว่า ไอ้งั่ง ซึ่งการที่แสดงความเห็นเชิงต่อต้านประธานาธิบดีตรงนี้ อาจจะไปสะกิดความหงุดหงิดให้กับ อินแกรม จนต้องออกมาตอบโต้ดังกล่าว

การตอบโต้ของอินแกรม ได้สร้างกระแสลุกฮือในวงกว้างจากบุคคลหลายๆ กลุ่ม ซึ่งเพื่อนซี้ของเลอบรอน อย่าง ดเวย์น เวด เองก็ไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย ปล่อยให้เพื่อนถูกจำกัดสิทธิในการออกความเห็นแบบนั้น

โดยเวดบอกว่า “แต่ก่อนพวกเขาก็พยายามหลบๆ ซ่อนๆ ไม่แสดงออก.. แต่ตอนนี้ ประธานาธิบดีคนนี้ ได้ทำให้ทุกคนมีความกล้าที่จะแสดงธาตุแท้ออกมา” ซึ่งคาดว่า คงหมายถึงการแสดงออกความเห็นเชิง “เหยียดสีผิว” หรือ “เหยียดเชื้อชาติ”

ทางเควิน ดูแรนท์ ไม่มีการหลบอ้อมค้อม และออกมาตอบโต้ตรงๆ เลยว่า สิ่งที่อินแกรมแสดงออกมา นั่นคือ ความคิดเชิง “เหยียดเชื้อชาติ” โดยเขาได้ไปออกรายการสัมภาษณ์ กับ แซม แอมมิค จาก USA Today ดังนี้

USA Today: คุณได้ดู [รายการของอินแกรม] ทั้งหมดไหม

เคดี: เออ ได้ดูนะ แต่อย่างที่ผมบอก คือ เราต้องพยายามมุ่งความสนใจกับสิ่งที่มันเชิงบวกมากกว่า มันแค่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เห็นคนยังคิดแบบนี้อยู่ มันแปลกนะ เพราะมันเป็นความคิดที่เราในฐานะมนุษย์ด้วยกันไม่ควรมีเลยด้วยซ้ำ สำหรับผมนะ ผมว่ามันเข้าข่าย เหยียดเชื้อชาติแล้วแหละ สีผิวมันมีความเกี่ยวข้องอะไรกับความเห็นทางการเมืองด้วยหรอ? เราทุกคนย่อมมีสิทธิในความเห็นของตัวเอง เหมือนที่ผมจะมีความเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาคิด แต่ผมไม่ได้ไปออกรายการทีวี หรือ ออกมา ทวีต ด่าเขา เรียกเขาว่าอย่างนั้นอย่างนี้

USA Today: ผมว่า สิ่งที่สะกิดต่อมของทุกคน น่าจะเป็นความเห็นของเขาในเชิงดูถูกระดับสติปัญญามากกว่าด้วย

เคดี: ใช่ ประมาณนั้นแหละ ผมแค่รู้สึกสงสารเขานะ สงสารที่เขาไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้

หลังจากที่พื้นที่โซเชียลลุกฮือเป็นไฟอยู่วันสองวัน ทางเลอบรอน เจมส์ ก็เริ่มมีการออกมาตอบโต้บ้าง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีสื่อ และ นักข่าว หลายๆ คนที่ออกมาบอกให้เขาหยุดแสดงความเห็นแบบนี้ แล้วก็มุ่งแต่เล่นบาส ต่อไป ซึ่งเขาก็ออกมาตอบโต้ทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน

ในบทสัมภาษณ์นั้น เลอบรอน กล่าวดังนี้

“ตอนที่ผมเห็นรายงานข่าวตอนแรกนั้น ผมแทบขำก๊าก แต่พอได้มาดูรายการของเธอทีหลัง ผมถึงได้เข้าใจว่าทำไม มันถึงจุดประกายในสังคมมากขนาดนั้น อย่างแรกเลยคือ ผมไม่รู้เลยว่าเธอเป็นใคร หรือ เธอทำอะไร ซึ่งจุดนี้ ต้องยอมรับว่าเธอชนะ เพราะตอนนี้ ผมรู้แล้วว่าเธอเป็นใครและเธอทำอะไร ผมคิดว่าเธอคงอ่านบทจากจอ เพราะฉะนั้น ถ้าเธอเป็นคนเขียนบทนี้เอง และ กล้าพูดออกมาด้วยตัวเองผมก็คงยอมรับเธอมากขึ้นมาหน่อยหนึ่ง

แต่ทั้งหมดนี้ มันทำให้ผมสามารถย้อนกลับมายกสิ่งที่ผมย้ำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปฏิกิริยาของเธอต่อความเห็นของผมนั้น มันยิ่งตอกย้ำว่า สิ่งที่ผมพูดมาตลอดนั้นถูกต้อง และ แน่นอนว่า พวกเราไม่มีวันที่จะเพียงแค่ ‘หุบปากและเล่นบาสต่อไป’ ผมทำแบบนั้นไม่ได้ ผมว่าผมมีบทบาทหรือ เป็นกระบอกเสียงในสังคม มากเกินกว่าที่จะเพียงแค่หุบปาก ผมว่ามีคนอีกหลายคนเขาติดอยู่ในสถานการณ์ที่เขาทำอะไรไม่ได้ และ ต้องการคนอย่างผมมาช่วยชี้นำเขาให้ออกจากสถานการณ์เหล่านั้น

ยิ่งกว่านั้น ผมอยากให้เธอช่วยเช็คข้อมูลก่อนพูดออกรายการด้วย เพราะ ผมไม่ได้ลาออกเพื่อไปเล่นใน NBA ผมเรียนจบในระดับมัธยมอย่างแน่นอน

การที่เป็นหนุ่มผิวสีคนหนึ่งที่โตมากลางเมืองใหญ่ ที่โตมากับการเลี้ยงดูของแม่คนเดียวในระดับฐานะที่ไม่มั่นคง และได้ก้าวมาถึงจุดที่ผมอยู่ตอนนี้ ผมว่า แค่นี้ ผมก็ทำได้เหนือความคาดหมายของสังคมมากมายแล้ว ผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ถึงจุดนี้ และ ยิ่งกว่านั้นคือ อยากให้ทุกคนโดยเฉพาะเยาวชนรุ่นต่อไปรู้ว่า มันคือสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่สามารถที่จะเพียงแค่ ‘หุบปาก’ ได้ ความคิดเห็นของผม มันมีความหมายมากเกินไป กับ ลูกของผม เพื่อนสนิทของพวกเขา ภรรยาของผม ครอบครัวของผม และ เยาวชนทุกคน ที่เขามองมาที่ผมเป็นฮีโร่ เพื่อมองหาทางออกสำหรับชีวิตของพวกเขา เพื่อมองหาทางที่เขาจะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกัน และทำความฝันให้เป็นจริง

แต่สิ่งที่ดี ที่ได้จากการตอบโต้ของเธอคือ มันทำให้คนเริ่มตระหนักถึงประเด็นมากขึ้น ผมต้องขอบคุณเธอตรงนี้จริงๆ การที่ผมได้มานั่งตรงนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ยิ่งใหญ่อย่าง NBA All-Star Weekend ที่คนทั้งโลก จะหันดูการเล่นของนักบาสที่เก่งที่สุดในโลก การที่ผมได้มานั่งตรงนี้ แล้วได้พูดถึง ความไม่เป็นธรรมในสังคม ความไม่เท่าเทียม และ การที่สื่อข่าวหญิงคนนึงมาบอกให้ผม ‘หุบปากแล้วก็เล่นบาสต่อไป’ ผมต้องขอบคุณจริงๆ

ขอบคุณเธอจริงๆ แม้ว่าผมจะจำชื่อเธอไม่ได้แล้วก็ตาม เพราะเธอทำให้ได้มีโอกาสที่จะพูดถึงประเด็นที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่แค่ให้คนในอเมริกาได้ตระหนักถึง แต่ทั้งคนที่ บราซิล หรือ อังกฤษ หรือ เม็กซิโก และ ทุกๆ ที่

ขอบคุณจริงๆ”

ประเด็นทั้งหมดทั้งปวงนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะมีนักบาสเกตบอลอาชีพคนหนึ่งออกมาแสดงความเห็นในเชิงติเตียนประธานาธิบดีของประเทศ มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ว่า มันมีคนที่มองเห็นว่า คนอย่าง เลอบรอน เจมส์ หรือ เควิน ดูแรนท์ และ นักกีฬาคนอื่นๆ นั้น ไม่มีสิทธิที่จะใช้เวทีในการแสดงความเห็นที่พวกเขาต่างมี… เพื่อแสดงความเห็นของตัวเอง การที่อินแกรมออกมา แสดงความเห็นในมุมที่อาจจะมองได้ว่า “ดูถูก” เลอบรอน เจมส์ นั้น มันกลายเป็นเหมือน “ดูถูก” นักกีฬาทั้งวงการ

และ แน่นอนว่า พวกเขาจะไม่ยอมนิ่งเฉย เพราะพวกเขารู้สึกว่า นอกจากสิ่งที่เขาสามารถทำได้บนสนามบาส เขาสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ยิ่งกว่านั้น ในเวทีนอกสนามบาสอีกด้วย และ พวกเขา ก็จะทำต่อไป

แปลและเรียบเรียงโดย TK
ต้นฉบับจาก https://www.sbnation.com/2018/2/19/17026662/lebron-james-shut-up-dribble-fox-news

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s