ABL Recap x สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส vs. โมโน แวมไพร์ : แทงใจดำ

เปิดฤดูกาลได้อย่างอล่างฉ่างเลยทีเดียว

For English, read here.

ตอนต้นเกมก็เหมือนว่า เกมจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ทุกอย่าง แต่อยู่ดีๆ โมโน แวมไพร์ ก็เร่งเครื่องขึ้นมาในครึ่งหลัง แล้วก็เกือบที่จะเป็นทีมแรงที่จะชนะใน OCBC Arena ได้ในเกมนี้

แต่แล้ว ก็มีคนบอกว่า “อย่าดีกว่า”


รายละเอียดการแข่งขัน (3/1/16)

ผลการแข่งขัน: สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส 73 – โมโน แวมไพร์ 65

เทปการแข่งขัน: https://www.youtube.com/watch?v=-1gJZIugMIs
สถิติการแข่งขัน: http://www.fibalivestats.com/u/abl/225003/


ทีม โมโน แวมไพร์ และ สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส ได้เจอกันไปแล้ว 1 ครั้ัง เมื่อสองเดือนที่แล้ว และเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ผลคะแนนในเกมนี้ เกือบเท่าเกมที่แล้วพอดีเป๊ะ (72-66, 73-65) ยิ่งไปกว่านั้น ในทั้งสองเกม โมโน แวมไพร์ ต้องไล่ทำแต้มจากที่ตามอยู่มากกว่า 10 แต้ม และ ไล่กลับมาเหลือเพียง 2 แต้ม ก่อนที่จะมีผู้เล่นท้องถิ่นของสิงคโปร์ คนหนึ่ง จะยิงทะลุตาข่าวดับฝันไป

ในเกมคราวที่แล้วนู่น เป็นทาง ลีออน เคว็ก ที่ยิงแบบทิ่มแทงทะลุหัวใจโมโน แวมไพร์

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

  • คราวนี้ไม่ได้แอ้มหรอก

อย่างน้อย ในเกมนี้ แวมไพร์ ก็ไม่ต้องมาห่วงว่า เคว็ก จะมายิงใส่หน้าอีกรอบ คราวที่แล้ว โมโน ไล่กลับมาเหลือตามแค่ 4 แต้ม ด้วยเวลาที่เหลือเพียง 2 นาที แต่เจอไอ้หนูมหัศจรรย์ เคว็ก ทำไป 7 จาก 9 แต้มสุดท้ายของ สลิงเกอร์ส ดับฝันผีดิบไป

มาในเกมคราวนี้ เคว็ก ไม่ได้ลง เพราะเป็นโรคไข้เลือดออก

อย่างๆ ก็ไม่ต้องมาคอยพะวงไอ้เด็กนี้ ในรอบนี้แล้วสินะ

  • วิ่งเข้าไป!

แต่สิ่งที่ โมโน แวมไพร์ ต้องเผชิญ คือ การวิ่งของสลิงเกอร์ส ต้องยอมรับจริงๆ ว่า สลิงเกอร์สมีการสวนกลับเร็วอย่างเป็นระบบ นอกเสียจางบางจังหวะที่เป็น ซาเวียร์ อเล็กซานเดอร์ พาบอลขึ้นมาแล้ว สลิงเกอร์ส แทบไม่มีการเลี้ยงบอลขึ้นมาบุกสวนกลับเลย เป็นการจ่ายบอลขึ้นมาทั้งนั้น ปีแต่ละคนก็รีบพุ่งมาที่มุม เพื่อรอลูกจ่ายออกมาจังหวะข้ามเข้าหาห่วง

ยิ่งกว่านั้นคือ จัสติน ฮาวเวิร์ด วิ่งขึ้นมาบุกเกือบทุกครั้ง และ สลิงเกอร์สก็คอยหยอดบอลให้ทุกครั้งที่ทำได้

ในฐานะคนที่เคยเล่นมาทั้งตำแหน่งวงใน และ วงนอก (ย้ำว่า เคยเล่น ไม่ใช่เคยเล่นเก่ง) ผมเข้าใจความท้อ ของตัววงใน ที่ตั้งใจเบียดเสียดร่างกายเพื่อได้รีบาวด์มา แล้ววิ่งขึ้นมาบุก แต่ต้องรีบวิ่งกลับลงไปกันอีกรอบ เพราะ ตัววงนอกของทีมตัวเองลั่นยิงไปแล้ว โดยที่ยังไม่ทันได้แตะบอลเลย แต่ถ้าบางครั้งบางครา มีการจ่ายบอลให้กับตัววงในที่พุ่งขึ้นมาบ้าง มันจะเป็นกำลังใจให้การวิ่งครั้งต่อไปอีกหลายๆ ครั้งเลย

คิดว่า ฮาวเวิร์ด คงไม่มีกำลังที่จะวิ่งขึ้นลงตลอด ถ้าเพื่อนๆ ไม่จ่ายบอลให้อย่างสม่ำเสมอ…ถึงแม้ว่าจะดั๊งพลาดไปลูกหนึ่ง แต่ก็ ต้องให้เครดิตกับการวิ่งขึ้นวิ่งลงของเขาตลอดอยู่ดี

howardmisseddunk

ต้องชื่นชมชุดโค้ชของ สลิงเกอร์ส จรืงๆ ที่ย้ำเรื่องนี้ตอนซ้อม

อีกด้านหนึ่ง ก็เห้นชุดเจนว่า โมโน แวมไพร์ ลงมาป้องกันกันช้า ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่ ประกาศ ควินซี่ โอโคลี่ เป็นตัวบาดเจ็บ ทางผู้จัดการทีม โมโน แวมไพร์ ได้แถลงว่า การป้องกันของโมโน จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งเราได้เห็นในระบบครึ่งสนาม (ที่จะกล่าวถึงต่อไป) แต่ในเกมสวนกลับ พวกเขาลงกันมาไม่ทันเป็นประจำ
แมคเคลนก็ไม่ได้วิ่งเร็วที่สุดในโลก เฟย์ก็มีปัญหากับเข่า (ที่มีลือกันว่า เป็นสิ่งที่ทำให้เขาไม่ผ่านกับการคัดตัวกับ ไซ่ง่อน ฮีต) ทาง โมโน แวมไพร์ เลยไม่ค่อยมีตัวใหญ่ๆ ที่วิ่งลงมาป้องกันเกมสวนกลับได้ทัน

สถิติแต้ม ฟาสเบรก ของ FIBA Livestats บางทีก็ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ แต่จำนวนแต้ม ฟาสเบรก 19-7 นั้น บอกได้ค่อนข้างชัดเจนแล้วแหละ ว่าข้อได้เปรียบของสลิงเกอร์สเกมนี้อยู่ที่ไหน ฟาสเบรกคือสาเหตุที่สลิงเกอร์สขึ้นนำไป 13 แต้มตอนจบครึ่งแรก และ ขึ้นนำไปมากถึง 20 แต้มในช่วงต้นควอเตอร์ 3

  • ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

แต่พอเริ่มมาท้ายเกม โมโน แวมไพร์ ก็ค่อยๆ เข้าที่กับการบุกครึ่งสนามของตัวเอง เหมือนกับว่า จำได้ว่าเซนเตอร์สูง 7 ฟุตสองคน ในครึ่งแรก แอนโธนี่ แมคเคลน กับ ไมค์ เฟย์ ยิงรวมกันทั้งหมดเพัยง 8 ครั้งเท่านั้น แต่พอมาควอเตอร์สามก็ได้ยิงถึง 12 ครั้ง ซึ่งจุดนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ตีตื้นแต้มกลับมา

สำหรับ แอนโธนี่ แมคเคลน ก็เข้าใจว่ามี จัสติน ฮาวเวิร์ด ที่ตามตอมอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับ ไมค์ เฟย์ ดูเหมือนว่า ใช้เวลาซักพัก กว่าที่จะเข้าใจว่าตัวเองมี เดลวิน โก (ที่ป้องกันได้ดี แต่ตัวเล็กกว่า) และ ซาเวียร์ อเล็กซานเดอร์ ป้องกันอยู่ แต่พอเริ่มรู้ตัวและเริ่มเจาะเข้าวงใน เขาก็ทำแต้มได้ง่ายขึ้น

แน่นอนว่า ถ้าไม่มี ฟรอยลัน บาเกี้ยน คอยจ่ายบอลให้ พวกตัววงในนี่ ก็คงเล่นกันยากมากขึ้นเหมือนกัน

  • ส่องไกล
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

สิ่งที่สำคัญต่อการไล่ตีตื้นแต้มของ โมโน แวมไพร์ อีกจุดหนึ่ง และ เป็นส่วนสำคัญของเกมบุกของ โมโน มาตลอดคือ การยิงสามแต้มของ เจโอ รัชเดช เครือทิวา

ผมได้มีโอกาสที่ดีที่ได้คุยกับ จัสติน ฮาวเวิร์ด ก่อนแข่ง และเขาก็ได้บอกว่า ปกติแล้ว เวลาวางแผน เกมรับกัน มักจะวางแผนรับ โดยพิจารณาตัว อิมพอร์ตเป็นหลัก แต่สำหรับ เจโอแล้ว เขาคือกรณีพิเศษ ที่เป็นตัวท้องถิ่น ที่ถูกนำมาพิจารณาอยู่เสมอ

แต่เกมนี้ สลิงเกอร์ส ก็ยังปล่อยให้เจโอหลุดได้หลายครั้งอยู่ดี

เจโอ ยิงสามแต้มลงเพียง 1/8 ในครึ่งแรก แต่พอจังหวะที่ทีมต้องการจังหวะการไหลของเกมที่ดีขึ้น ก็ได้ลูกยิงสามแต้มของเขานี่แหละ ดันให้ไปจนเกือบสุดได้ เจโอยิงไป 4/8 ในระยะสามแต้ม ในครึ่งหลัง รวมไปถึงลูกสามแต้มที่ไล่มาจนตามแค่ 2 แต้ม และทำเอาเพื่อนร่วมทีมเฮลั่นข้างสนาม

bench2

bench

ก่อนที่คิดว่าจะหล่อเกินไป มาดูจังหวะหล่อลื่นของเจโอกันขำๆ หน่อยละกัน

JOSlip

ถูพื้นหน่อยก็ไม่ได้ แหม่

  • โซน

อย่างที่กล่าวไว้ ทีม โมโน ได้ประกาศว่าช่วงหยุดคริสต์มาส ปีใหม่ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยน โค้ช จาก โค้ชเส็ง ประเสริฐ ศิริพจนากุล เป็น คู่ โค้ชโจ สุนทรพงษ์ มะวิญธร และ โค้ชต้อง ต้องเกียรติ สิงหเสนีย์

Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

ถ้ามองข้ามจังหวะการป้องกันเกมสวนกลับไปก่อน ก็ต้องยอมรับว่า ทีมโมโน แวมไพร์ดูดีขึ้นมานิดหน่อย จริงๆ ในเกมป้องกันครึ่งสนาม ตอนที่ลงไปป้องกันโซน 2-3 แต่ก็ มีส่วนหนึ่ง เพราะว่า ทีม สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส ไม่ใช่ทีมที่ยิงสามแต้มได้ดีอีกด้วย การที่หุบลงมาป้องกันโซน ทำให้สลิงเกอร์ส ทำอะไรที่ไม่ถนัด คือการยิงสามแต้มจำนวนมาก ยิ่งไม่มี หว่อง เวย์ ลอง ก็ยิ่งลำบาก ตลอดฤดูกาลนี้ มีสองเกมเท่านั้น ที่สลิงเกอรส์ ยิงสามแต้มมากกว่า 20 ครั้งในหนึ่งเกม (ซึ่งคือจำนวนที่ยิงในเกมนี้) ในเกมที่เจอไฮเทคยิงไป 23 ครั้ง แล้วก็แพ้ และอีกเกมที่ยิงไป 22 ครั้ง ก็ชนะ ไซ่ง่อน ฮีตไปได้เพียง 2 แต้มเท่านั้น

มีหลายครั้งที่ สลิงเกอร์ส ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ถูกแล้วก็ต้องไปยิงระยะกลางแบบครึ่งๆ กลางๆ ไป

  • เดสมอนด์ โอ้มายก็อด
Photo Credit: Kenneth Chua
Photo Credit: Kenneth Chua

มีจังหวะที่ สลิงเกอร์สดูเหมือนจะนิ่งไปแล้วในฝั่งเกมบุก โมโน แวมไพร์ เพิ่งไล่ตีตื้นมาจนเหลือแค่ 2 แต้มแล้ว จากการยิงสามแต้มของเจโอ รัชเดช เครือทิวา แต่จากกำลังพลเกมบุกที่มีทั้งหมดนั้น (อเล็กซานเดอร์, ฮาวเวิร์ด, หรือแม้แต่ วู ชิงเด ที่ทำไป 12 แต้ม) กลับกลายเป็น เดสมอนด์ โอ ที่ก้าวเข้ามาเป็นตัวปิดเกมในครั้งนี้

จะโทษ โมโน แวมไพร์ ในเพลย์นี้ก็คงยาก ก่อนที่ โอ จะได้บอล ก็กำลังเคลื่อนที่ในการป้องกันโซนได้ดี แต่พอเป็น โอ ที่ยิงสามแต้ม 15.0% มาตลอดทั้งปี (3/20) จะโทษโมโนได้ไง ถ้าคิดลูกนี้ก็คงยิงไม่ลงเหมือนเดิม

ถ้าเอาความเห็นของผมจริงๆ ลูกสามแต้มลูกแรกที่ โอ ยิงไป ก็ยังพอให้อภัยกันได้ แต่ลูกที่สองที่เสียไป ค่อนข้างน่าเจ็บใจ

โมโน เสีย รีบาวด์เกมรุกไป ทำให้ การป้องกัน โซน 2-3 เสียกระบวน ทำให้ เอิง ฮาน บิน ได้โอกาสยิงโล่งๆ ในจังหวะต่อมา

หลังจากที่ยิงไม่ลง สลิงเกอร์ส ก็ได้รีบาวด์เกมรุก อีกครั้ง อีกทั้งยังทำให้อยู่ในตำแหน่งที่ไมค์ เฟย์ ไปค้างเติ่งอยู่ที่ตำแหน่งคู่บนของโซน 2-3 ทางสลิงเกอร์สก็รีบถ่ายบอลไปที่ เดสมอนด์ โอ ที่ปีกฝั่งซ้าย…ฝั่งที่ แมคเคลน กับ เฟย์ ยืนอยู่ เซนเตอร์ สองคนนี้ ตอบสนองช้าไปนิด…เจอ โอ ที่กำลังมือขึ้นยิงสามแต้มแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจไปเลย

โมโน แวมไพร์ ทำได้ดี ตลอดเกมก่อนหน้านี้ ในการป้องกันการเสียรีบาวด์เกมรุก…แต่พอจังหวะที่จะเสียไม่ได้ กลับเสียมันไป

  • ไฮไลท์ข้าอยู่ไหน?

สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกตะขิดตะควงในทรวงอกคือ ทีมงานทีวีที่ดูเหมือนพยายามจะดันไฮไลท์มากเกินไปนิดนึงในบางจังหวะ ทำให้พลาดจังหวะเด็ดๆ ไปบางที

และก็ไม่ใช่ผมคนเดียว ที่เจ็บใจกับเรื่องนี้ ตอนที่บินกลับเมืองไทย จากสิงคโปร์ ผมได้มีโอกาสนั่งกับ “ยักษ์” ชัยวัฒน์ แกดำ เขาเห็นผมนั่งดูเกมอยู่ก็เลยบอกว่า ช่วยกรอไปดูลูกที่แกหลอกทีมตรงข้ามให้ที ช่วงปลาย ควอเตอร์ที่ 3
ปรากฏว่ากรอไปกรอมา ยังไงก็หาไม่เจอ ก่อนที่จะสรุป จังหวะนั้นได้ถูกอัดทับไปด้วยจังหวะรีเพลย์ภาพช้าลูกสามแต้มของ วู ชิง เด ก่อนหน้านี้

ถึงแม้ว่า พี่ยักษ์ จะปัดๆ ไปอย่างขำๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่า พี่เขาก็คาดหวังที่จะได้ดูจังหวะนี้ มากพอสมควรเลยแหละ

ว่ากันด้วยตัวเลข

  • 1
Photo Credit: Jason Ng
Photo Credit: Jason Ng

ปกติแล้ว คริส โรซาเลส จะใส่เบอร์ 11 เวลาลงแข่ง แต่ใเกมต้องมาเปลี่ยนเป็นเบอร์ 1 กลางเกม เพราะเสื้อเบอร์ 11 ของตัวเองเปื้อนเลือดจากอุบัติเหตุปากแตก

แค่อยากชี้ให้เห็นว่า เสื้อเบอร์ 1 ของสิงคโปร์นี้มีการงัดมาใช้แล้วสองครั้ง คือครั้งนี้ กับ อีกครั้งที่ไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย ที่ ซาเวียร์ อเล็กซานเดอร์ ทำเสื้อเบอร์ 15 ของตัวเองหายไป

  • 6 นาที 32 วินาที

สาเหตุหนึ่งที่ โมโน แวมไพร์ ต้องไล่ทำแต้ม เพราะคงมีส่วนเนื่องจากเกมบุกที่ตันไปดื้อๆ ตอน ควอเตอร์ที่ 2 ท้ายสุดแล้ว จบควอเตอร์นั้นด้วยการทำไปทั้งหมด 8 แต้ม แต่มีช่วงเวลาต้นควอเตอร์ ประมาณ 7 นาที เต็มๆ ที่ได้เต็มจากการยิงลูกโทษ ขจอง แอนโธนี่ แมคเคลน เพียง 1 แต้มเท่านั้น

นอกจานี้แล้ว ยังปล่อยให้ สลิงเกอร์ส ยิง 62.5% ในควอเตอร์แรก และ 51.6% ในครึ่งแรกทั้งหมด

ถ้าไม่ไปขุดหลุมตั้งแต่ตอนนี้ อาจจะพลิกกลับมาชนะได้ง่ายกว่านี้ก็เป็นไปได้

ความประทับใจหลังเกม

สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส สร้างความประทับใจที่ดีได้อีกครั้ง หลังจากที่เอาชนะได้ ทั้งๆ ที่ขาดการทำคะแนนไปเกือบๆ 20% จากที่ไม่มี เวย์ ลอง และ เคว็ก พวกเขาออกตัวได้อย่างร้อนแรง แต่เมื่อเกมมากระชั้นชิดอีกครั้ง พวกเขาก็รักษามาดไว้ได้ดี แต่ตอนนี้ ปัญหาด้านการยิงสามแต้มเริ่มน่าเป็นห่วงจริงๆ แล้ว จริงอยู่ที่เกมนี้ เพราะชนะได้เพราะยิงสามแต้มลง แต่ตลอดทั้งเกม หาจังหวะในการทำแต้มอย่างต่อเนื่องใส่การป้องกันแบบโซนได้ยาก เพราะไม่มีตัวยิงสามแต้มที่ยิงได้อย่างไว้ใจได้

สำหรับ โมโน แวมไพร์ ก็ถือว่าดูโอเค หลังจากที่ทีมบริหาร ได้จัดการเปลี่ยนแปลงอะไรต่างๆ นานา ไป ตามที่มองเห็นว่าเหมาะสม การบริหารการขอเวลานอกของ โค้ชโจ ดูเหมือนว่ามีจังหวะที่ดีขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนตัวก็ดูลื่นไหลมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว เกมป้องกันที่ซ้อมกันมากับ โค้ช ต้อง ก็ดูแข็งแกร่งขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงผมจะชอบไอเดียของการใช้ เฟย์-แมคเคลน ในเกมบุก มันกลับเป็นเรื่องของเกมรับ ที่ผมคิดว่า มันน่าเป็นห่วง ทั้งสองคนมีความสูง และตัวใหญ่มากพอที่จะทำให้ทีมตรงข้ามทำแต้มได้ลำบาก แต่ทั้งคู่ก็ช้ามากด้วยเช่นกัน ถ้าคนใดคนหนึ่งถูกล่ออกไปให้ป้องกันไกลห่วง ก็จะถูกวิ่งทะลุสวนได้ไม่ยาก ไม่ใช่ว่าการเซ็นเฟย์มา จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ไม่ชัวร์ว่ามันคือสิ่งที่จะทำให้เป็นจุดต่างที่นำเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้รึเปล่า


สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส จะได้พัก 1 สัปดาห์เต็มๆ ก่อนที่จะได้เจอกับ พิลิพินาส MX3 คิงส์ ที่บ้านในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เราอาจจะได้เห็นว่า คิงส์ จะมีอะไรที่พัฒนาขึ้นมาบ้างหรือไม่ แต่ถ้าไม่…สิงคโปร์ ก็คงได้พักไปอีก 1 เกมก่อนนัดใหญ่ เจอ ไฮเทค ในสัปดาห์ถัดไป

ก่อนที่ ไฮเทค จะไปที่สิงคโปร์ ก็ต้องมาเจอกับ โมโน แวมไพร์ก่อน ในศึกล้างบางบางกอก ิอีกครั้ง ในวันเสาร์นี้ เหล่าสถิติ และ ข้อมูลทั้งหลายมันบ่งชี้ว่า ไฮเทค น่าจะชนะ…แต่พอเป็นศึกระหว่างคู่อริแบบนี้ สถิติก็ช่วยอะไรไม่ได้บางที เกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์แบบนี้ มักจะมีอะไรให้ประหลาดใจ อยู่เสมอ และ โมโน แวมไพร์ อาจจะมีโอกาส ขโมยเกมนี้ไปได้ถ้าทุกอย่างลงตัว


Feature Picture Credit: Jason Ng

ติดตามอ่านบทความอื่นๆ ของตัวผู้เขียน (สัจธรรม กุลสมบูรณ์) ได้ที่ mthai อย่างต่อเนื่อง และ ติดตามเพิ่มได้จากสองช่องทางคือ
BLOG: tonesanddefinition.wordpress.com
Facebook: www.facebook.com/tonesanddefinition
Twitter: @tonesndef
Line: @bne9911j (ต้องมีตัว “@” ด้วยนะครับ)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s