ABL Recap x ไซ่ง่อน ฮีต vs. โมโน แวมไพร์ : จุดแตกหัก

ในบทวิเคราะห์เกมของ โมโน แวมไพร์ เกมที่แล้ว (ที่เจอกับ สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส) ผมได้กล่าวไว้ว่า พวกเขาอาจจะกำลังสร้างทำในวิถีเดียวกับ ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตี้ซิกเซอร์ส คือ มีระบบการสร้างทีมที่ชุดเจน แต่ก็อยู่ที่แค่ว่าจะทำความเข้าใจกับแฟนๆ ได้มากขนาดไหน ให้คนดู คนติดตาม เชื่อมั่นในการตัดสินใจ

For English, read here.

ในเกมนี้ ที่แข่งกับ ไซ่ง่อน ฮีต ถือว่าเป็นเกมที่ถือได้ว่า “ต้องชนะ” และพอถึงจุดๆ หนึ่ง ไม่ว่าแฟนๆ จะจงรักภัคดีขนาดไหน (และแฟนๆ ของทั้งสองทีมนี้ ถือว่าดีมากๆ) แต่การที่แพ้อย่างต่อเนื่อง มันก็มีแต่จะส่งผลไม่ดีต่อทุกๆ ฝ่าย และก็เป็นคราวของ โมโน แวมไพร์ ที่จะต้องได้รับประสบการณ์แบบนั้นจากการแข่งขันครั้งนี้


รายละเอียดการแข่งขัน

ผลการแข่งขัน: ไซ่ง่อน ฮีต 78 – โมโน แวมไพร์ 73

เทปการแข่งขัน: https://www.youtube.com/watch?v=5dIS7Pj8u00
สถิติ: http://www.fibalivestats.com/u/abl/224756/


ในเกมที่ผ่านๆ มา ผมได้ชี้ว่า โมโน แวมไพร์ ออกตัวช้ามาก แต้มแต่ละแต้มได้มาอย่างยากลำบาก และ เกมบุกก็ไม่ลื่นไหลเท่าไหร่นัก

แต่ไม่ใช่ในเกมนี้

แวมไพร์ ออกตัวอย่างร้อนแรง โดย มี “คิว” ควินซี่ โอโคลี่ เป็นแกนนำ ซึ่ง คิว เองก็ถือว่ามีผลงานที่ยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นักในเกมที่ผ่านๆ มา แต่เกมนี้ ก็ออกตัวแรงในควอเตอร์แรก ด้วย 6 แต้ม 4 รีบาวด์ และ บล็อกโหดๆ ตามแบบฉบับอีก 3 ครั้ง

พวกเขานำออกไปถึง 7 แต้มตอนจบควอเตอร์แรก จบลงไปที่สกอร์ 19-12 พอเริ่มควอเตอร์สองออกมา ไซ่ง่อนก็ทำท่าทีจะตีตื้นขึ้นมา แต่ก็ถูก ฉีกกระชากออกไปอีกครั้ง ด้วยการรันแต้ม 14-4 โดยมี 7 แต้มจาก ไพรัช เสกธีระ จากลูกยิงสามแต้ม และ การวางบอลแถมฟาวล์อีก 1 ลูก

ถึงแม้ว่า เลนนี่ แดเนี่ยล จะทำการระเบิดดั๊งติดต่อกันหลายๆ ครั้งในควอเตอร์นี้…แต่แต้มของฮีตก็ยังไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเท่าไหร่ ตอนจบควอเตอร์ที่สองก็เลยต่างก็อยู่ 10 แต้มที่ 32-42

แต่แล้วในครึ่งหลังก็เหมือนว่า ฮีต จะ ได้รับการฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ดาวยิงของฮีต โมเสส มอร์แกน เคยเล่นใน ไทยแลนด์บาสเก็ตบอลลีกมาก่อน ในนามทีม สโมสรการไฟฟ้า และเขาก็ไม่เคยชนะทีม โมโน แวมไพร์ หรือ ไฮเทค มาก่อน และ อาจจะเป็นความแค้นฝังหุ่นตรงนี้ ที่ทำให้เขาออกตัวได้ดีในครึ่งหลังของเกม

12027204_1028953400488055_6123936296029219520_o
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

โมเสส ทำแอสสิตส์ ไป 4 ครั้ง ซึ่งทำให้ทีมบุกทำแต้มรัวๆ 14 แต้ม หลังจากที่ โมโน เปิดครึ่งหลังด้วยการยิงลูกโทศลงสองลูก
การรันแต้มครั้งนั้น ยืดยาวถึง 7 นาที 18 วินาที เป็นช่วงเวลาที่ โมโน แวมไพร์ ทำแต้มไม่ได้เลย กว่าจะได้มาก็เป็น “อาร์ม” ณัฐกานต์ เมืองบุญ ที่ช่วยฟื้นคืนชีพขึ้นมา อาร์ม ทำไป 7 แต้ม จาก ทั้งหมด 9 แต้ม ที่โมโนทำได้ในควอเตอร์นี้ และถึงแม้จะพอช่วยไม่ให้ฮีตทำแต้มทิ้งขาด แต่ ทาง โมโน แวมไพร์ ก็สั่นคลอนไปแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น แอนโธนี่ แมคเคลน ยังไปเก็บฟาวล์ครั้งที่ 4 ในช่วงท้ายควอเตอร์ที่สาม ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกมนี้หลุดไปจากมือของ โมโน ไปเช่นกัน

ฮีตออกตัวแรงเหมือนเดิมใน ควอเตอร์สุดท้าย และดดันแต้มที่ห่างเพียง 3 แต้ม เป็น 11 แต้ม ภายใน 5 นาที ด้วยการเอาเปรียบเกมป้องกันของ โมโน แวมไพร์ ที่ดูแผ่วลงไปเพราะปัญหาการฟาวล์ของ แมคเคลน

แต่แน่นอน ค้าวคาวอมตะ ก็ “อมตะ” จริงๆ และที่ผ่านมา ก็ได้รับชื่อเสียงว่า ถึงแม้ว่ารูปเกมจะดู “ห่าง” ขนาดไหน แต่ โมโน แวมไพร์ ก็ไม่เคยปล่อยให้แต้มมันขาดขนาดนั้นจริงๆ แวมไพร์ ได้ลูกสามแต้ม และ ลูกเลย์อัพสวยๆ จาก “โส” โสฬส สุนทรศิริ ที่ไล่แต้มมาจนเหลือตามแค่สองแต้ม

10473575_1028952527154809_1083795844188153129_o
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

และถึงแม้ว่าจะเกิดอาการลั่นยองลูกสามแต้มเพลิน จนทำให้แต้มกลับมาตามเป็น 6 แต้มอีกครั้ง แต่ โมโน ก็ยังมีไม้เด็ดอยู่ โดยเป็นลูกสามแต้ม แถม ฟาวล์ ทำให้แต้มกลับมาตามแค่ 2 แต้มอีกครั้ง

แวมไพร์ได้จังหวะที่สำคัญมาอีกครั้ง ตอนที่ โสฬส สุนทรศิริ ได้ไปยิงลูกโทษโดยที่แต้มตาม 3 ตาม ซึ่งเขาลูกแรกลงไป ก่อนที่จะพลาดลูกที่สอง แต่แล้ว เหล่าแฟนๆ และ ทีมไซ่ง่อน ฮีตต่างก็ต้องหัวใจแทบวาย หลังจากที่ แมคเคลน สามารถเก็บฟาวล์ฝั่งรุกได้
แมคเคลนรวบตัวกระโดดขึ้นเพื่อปปล่อยลูกยิงใต้แป้นอย่างมั่นใจ

แต่แล้วเขาก็พลาด

ทีม ฮีต ได้บอลไป และหลังจากที่เดวิด อาร์โนลด์ ยิงลูกโทษไป 4 ครั้ง ทีมไซ่ง่อน ก็ปิดบัญชีลงไปได้

ความประทับใจหลังเกม

มองย้อนกลับไป การที่ แวมไพร์ สามารถเกาะแต้มมาติดๆ ตลอดทั้งเกม อีกทั้งออกตัวนำไปถึง 10 แต้มด้วยซ้ำ ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อแล้วแหละ เพราะได้แต้มจากสองตัวผู้เล่นแกนหลักของทีมคือ “เจโอ” รัชเดช เครือทิวา และ “ปาล์ม” ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย เพียง 10 แต้ม จากการยิงลง 2 ครั้ง จากการยิง 23 ครั้ง
บางที ก็อาจจะจ่ายบลอลให้แมใคเคลนเล่นกนัมากขึ้น หรือ แมคเคลนเองก็ต้องเล่นให้ดุดันมากขึ้น (เพราะการที่แมคเคลนยิงไปเพียง 9 ครั้งอาจจะถือว่าน้อยมากเกิน)
แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดให้กับทีมมากที่สุดในเกมนี้ คงจะเป็นการป้องกันของโมโน แวมไพร์ เอง ที่ปล่อยให้ฮีตทำแต้มกันได้ง่ายๆ ในหลายๆ จังหวะ ถึงแม้ว่า ฮีตจะมีอะไรที่ต้องแก้ไขหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้ อาจจะต้องวางเรื่องการป้องกันมาก่อนเป็นเป้าหมายสำคัญ

ฮีตเองก็สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกไปได้ แต่ก็จะสามารถวางใจกับชัยชนะครั้งนี้ได้ไม่มาก พวกเขายิงไปเพียง 39% ในสนาม และยิงไป 44% จากลูกโทษ นอกจากนี้ยังดวงดีที่ แมคเคลน เจอปัญหาเรื่องการฟาวล์ ที่ทำให้ความเสียเปรียบด้านขนาดตัวลดลงไปมาก
แน่นอนว่าเกมนี้เป็นชัยชนะที่สำคัญ แต่ฮีตยังต้องปรับปรุงอีกมาก โดยเฉพาะในเกมที่ต้องไปเจอกับไฮเทค บางกอก ซิตี้ ที่มียักษ์ใหญ่เบ้อเริ่ม สองตัววางข้างอยู่ใต้แป้นรอเขมือบอยู่แล้ว

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

  • กลุ่มแฟนๆ Rusty Bucket

ผมได้เขียนเกี่ยวกับกลุ่มแฟน “Rusty Bucket” ไว้ จากการที่ไฮเทค บางกอก ซิตี้ ไปเยือนมาในเกม ABL ปีที่แล้ว และหลังจากที่ได้สำรวจอินเตอร์เนตแล้ว ก็พบกับเสียงตอบรับที่บอกว่า “ไร้มารยาท” และ “น่าเกลียด” ซึ่งในฐานะที่ตัวผมเอง เป็นคนที่ชื่นชอบกลุ่มนี้ ก็ขอออกตัวมาปกป้องเล็กน้อย

rusty

ในฐานะที่โมโนเป็นทีมเยือน ก็ไม่แปลกหรอก ที่จะหงุดหงิดงุ่นง่าน กับ กลุ่มกองเชียร์นี้ เพราะพวกเขามีความสร้างสรรค์ในการเชียร์ และ การจู่โจมด้วยวาจา แต่ถามว่าพวกเขาทำอะไรที่ “ผิด” รึเปล่า”?

ผมก็ยังยืนคำเดิมว่า ไม่ สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ถือว่าเป็นสีสันของ ABL และถ้าจะเอาความในใจของผม ผมว่ามันคือส่วนที่บันเทิงที่สุดในลีก รองลงมาจากส่วนที่เป็นบาสเกตบอลจริงๆ การ trash-talk ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญของกีฬาบาสเกตบอลส่วนหนึ่ง เพราะผู้เล่นกับคนดูอยู่ห่างกันไม่มากนัก มันเป็นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ของการแข่งขันที่เราได้เห็นการสื่อสารจากคนดูที่เข้าไปถึงตัวผู้เล่น

คุณอาจจะเกลียด Rusty Bucket ก็ได้ และผมว่าพวกเขาก็คงไม่สนใจกันเท่าไหร่หรอก แต่ผมชอบความมุ่งมั่นในสิ่งที่พวกเขาทำอยู่

  • การโจมตีใน Social Media

ผมได้ติดตามเกมนี้ในการถ่ายทอดสดของ Youtube ผมจึงได้มีโอกาสได้ติดตามการแสดงความเห็นของเหล่าแฟนๆ ใน Youtube ที่เป็นตำนานในเรื่องความโหดร้ายทารุณ

ผมไม่ทันได้เก็บภาพความเห็นเหล่านี้ไว้ เพราะ ความเห็นจะหายไปหลังจากที่จบการถ่ายทอดสด แต่ความเห็นส่วนใหญ่ก็จะไปๆ มาๆ ระหว่าง:

“พวกนี้น่าจะกลับไปฝึกการเลย์อัพก่อนนะ”
“เปลี่ยนโค้ชได้แล้วมั้ง”
“ทำไมแม่งยิงอีกแล้ววะ”

ซึ่งส่วนใหญ่ comment พวกนี้ถูกเพ่งเล็งไปที่ทีม โมโน แวมไพร์ ผมไม่เคยดูเกมของ โมโน แวมไพร์ผ่านการถ่ายทอดสด ก็เลยไม่รู้ว่า comment พวกนี้ปกติรึเปล่า แต่ในคราวนี้ เหมือนจะมีการแสดงความเห็นที่รุนแรงขึ้นใน Facebook ด้วย ที่เพจของโมโน แวมไพร์อีกด้วย

ตัวนักกีฬาคงมีความเป็นมืออาชีพพอที่จะเมินเฉยและไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ แต่สำหรับตัวผม ผมอยากเห็นแฟนๆ หรือ คนดู มี “คลาส” มากกว่านี้ โดยเฉพาะยอ่างยิ่งถ้าจะบอกว่า “เราเป็นแฟนทีมนี้ เรามีสิทธิจะพูด”

การที่จะแสดงความเห็นที่มีเหตุผลสนับสนุนอย่างมีตรรกะว่าทีมๆ หนึ่งเล่นไม่ดีอย่างไร และ ทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง แต่มันเป็นสิ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าสักแต่จะกร่นด่า โดยไม่ดูบริบท และ ไม่มีเหตุผลสนับสนุนเลย

ความเห็นที่ค่อนข้างจะแพร่หลาย คือ ทีมโมโน แวมไพร์ ควรจะเปลี่ยนโค้ชได้แล้ว ด้วยสถิติที่ตกลงมาเป็น 0-4 แล้ว ตรงนี้ อาจจะ เป็นทางออกของทีม แต่ดูแล้วมันไม่น่าจะใช่ทางออกที่ช่วยได้ทั้งระยะสั้น และ ระยะยาวเลย โค้ชเส็ง ประเสริฐ สิริพจนากุล เป็นโค้ชที่ได้รับความไว้วางใจจากชุดบริหาร และ ตัวนักกีฬา ถ้าจะเปลี่ยนออกต้องมีตัวตายตัวแทนสามารถจะได้รับความไว้วางใจจากผู้เล่นได้อย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้น อาจจะมีผลกระทบกับสภาพจิตใจของทีมโดยรวมอีก
ถ้าเอาตามที่ผมมอง การเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูกาล โดยเฉพาะกลางฤดูกาลสั้นๆ ในแบบฉบับของ ABL ควรจะเป็นทางออกสุดท้ายเท่านั้น เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนโค้ชคนใหม่เข้ามา แล้วอะไรๆ จะดีขึ้นได้ทันตา

ก็ไม่ใช่จะบอกว่า โค้ชเส็งทำหน้าที่ได้อย่างสุดยอดตอนนี้ แน่นอนว่าก็ต้องมีผิดพลาดบ้างนั่นนี่ตามประสา ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่การเปลี่ยนเขาออกตอนนี้ น่าจะเป็นอะไรที่เก็บไว้ลึกๆ ในก้นหีบเลย

  • ความลำบากใจของตัวยิง

12248032_1028955847154477_6830425384094667358_o
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

“เจโอ” รัชเดช เครือทิวา เป็นตัวยิง เขาไม่เคยเจอสถานการณ์การยิงที่เขาไม่กล้าลั่นไก มันคือบทบาทของเขาในทีม ซึ่งเป็นอะไรที่ทุกๆ คนในทีมรับรู้และยอมรับ

แต่ตรงนั้นคือสิ่งที่น่าหงุดหงิดเวลาดู เจโอ เล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่หลงใหลการเล่นแบบมีประสิทธิภาพอย่างผม เขาจะมีวันที่ยิงแม่นราวกับจับวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะสำคัญๆ แบบสามทเกมที่ผ่านมา ที่เขายิงไปร่วม 44 ครั้ง และยิงลงไป 31.9% แต่บางครั้งเขาก็จะมีเกมที่ยิงอะไรไม่ลงเลย อย่างในเกมที่แข่งกับไซ่ง่อน ฮีต ในเกมนี้

ถ้ามองมุมมองหนึ่ง ก็พูดได้ ว่า วันนี้ไม่ใช่วันของเขาจริงๆ ถ้าเป็นวันอื่นๆ อย่างน้อยๆ เขาน่าจะยิงลงไป 1 หรือ 2 ลูกจากที่ยิงไปทั้งหมด

แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง ความยากในการยิงแต่ละลูกของ เจโอ มันก็ยากสุดยอดจริงๆ
มีลูกหนึ่งที่วิ่งฉีกโค้งมารับบอลยิงสามแต้มแบบก้าวถอยหลัง เฟดอะเวย์
มีอีกลูกที่ขโมยบอลแล้วหลุดไปยิงสามแต้ม ทั้งที่มีโอกาสเข้าไปวางบอลแล้วล่อฟาวล์
มีอีกลูกที่ก้าวออกด้านข้างบิดตัวยิงแบบมีคนกันเอามือจ่อหน้าเต็มๆ
มีอีกจังหวะที่ pick and roll มาแล้วมีเลนให้เข้าไปเลย์อัพ แต่เลือกที่จะก้าวออกข้างแล้วยิงสามแต้ม
ในช่วงท้ายเกม มีจังหวะที่ได้รับลูกจ่ายสวยๆ ได้จับหวะยิงแบบนิ่งๆ แต่ก็ยิงพลาดไป เจโอ ขโมยบอลได้ในจังหวะถัดมา แล้วก็บิดตัวยิงสามแต้มทันที
ในจังหวะที่สำคัญสุดๆ ของโมโน ท้ายเกม เขายิงลูกสามแต้มแบบบิดตัวเฟหดอะเวย์ โดยที่ตามอยู่เพียง 4 แต้ม และ เหลือเวลา 30 วินาที

ในบรรดาลูกยิงทั้งหมดนั้น เจโอ จะยิงไม่ลงเลยแม้แต่ลูกเดียว และตรงนี้แหละ ที่ลำบากจิตสับสนใจในฐานะคนดู ใจนึง จะโทษเจโอก็ได้ ที่ยิงแต่ละลูกในสถานการณ์ที่โคตรจะลำบากที่จะยิง (และบางจังหวะก็มีตัวเลือกที่ดีกว่า) แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า ทุกคนรับรู้ในบทนี้ของเขา

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ แทบไม่มีจังหวะไหนที่ เจโอ ได้บอลในจังหวะที่ รับแล้วยิงเลยแบบเนียนๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากระบบการบุก หรือ การป้องกันของอีกทีม แต่ภาพสุดท้ายที่ทุกคนรับรู้คือ “ตัวยิง” ของทีมต้องยิงลูกยากๆ และเป็นตัวรองรับคำติวิจารณ์ไป

และนั่นคือความลำบากใจในการดู เจโอ เล่น บางเกมเขาจะแม่นมาก ยิงท่าไหน ก็ลง แต่ก็จะมีบางเกม ที่เลือกยิงแต่ละลูกได้ขัดใจ

ก็ต้องดูกันต่อไปว่า สถานการณ์แบบนี้เหมาะรึเปล่า ที่จะเป็นตัวเลือกการทำแต้มหลักของทีม โมโน แวมไพร์ หรือว่า ต้องมีการยกระดับมาเสริมเพิ่มอีก


ทีม โมโน แวมไพร์ ก็จะยังคงตามหาชัยชนะครั้งแรกใน ABL ต่อไป โดยจะไปเจอกับ เคแอล ดรากอน์ส ที่สนาม MABA ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ทีมหน้าใหม่ปีที่แล้ว ลาสการ์เดรย่า เซาธ์ สุมาตรา ใช้เวลา 18 เกมกว่าจะเจอชัยชนะครั้งแรก (และครั้งเดียว) ผมคิดว่าโมโนคงไม่ต้องใช้เวลาขนาดนั้น แต่การเจอกับ ดรากอนส์ ในเกมนี้น่าจะยังไม่ใช่จังหวะตีไข่แตก

ทีมไซ่ง่อน ฮีตจะเจอกับทีมจากไทย เป็นเกมที่สองติดต่อกัน ในเกมเยือนเกมแรกของตัวเอง โดยจะเจอกับทีม ไฮเทค บางกอก ซิตี้ วันที่ 19 ที่สนาม ไฮเทค ตอนนี้ ไฮเทคกำลังเครื่องแรงเต็มที่ กำลังเจอความสมดุลระหว่างการใช้ตัว Import และ ตัวท้องถิ่น เพราะฉะนั้น อาจจะต้องพึ่งเกมที่สุดยอดจาก ฮาน มิน จิ่ว และ ต๊วน จุม โง และอาจจะกลายเป็นเกมที่ดุเดือด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s