ABL Recap x ปาเกียว พาวเวอร์วิท พิลิพินาส อากีลาส vs. โมโนแวมไพร์ : พิธีตัดริบบิ้น

ทั้งสองทีมนี้ ต่างก็อยากจะเปิดตัวในฐานะน้องใหม่ใน ABL อย่างเท่ๆ จ๊าบๆ แล้วมันก็เป็นการเปิดตัวที่เท่ และ จ๊าบสุดไปเลย ในการการแข่งขันนี้

For English, read here.


รายละเอียดการแข่งขัน

ผลการแข่งขัน: ปาเกียว พาวเวอร์วิท พิลิพินาส อากีลาส 79 – โมโน แวมไพร์ 78

เกมเทป: https://www.youtube.com/watch?v=uQ63nJv-tnQ
สถิติ: http://www.fibalivestats.com/u/abl/224748


Theการแข่งขันนี้ อากีลาสออกตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีแต้มนำออกไปสูงสุดถึง 11 แต้ม ที่เริ่มเกมออกมาเหมือนจะประกาศศักดาว่า ข้าคือตัวอิมพอร์ตยอดเยี่ยมใน PBA ถ้วยล่าสุดนะว้อยยยยยยยยยย

แต่หลังจากนั้น อากีลาส ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงความ “ไม่พร้อม” สำหรับการเตรียมตัวเพื่อการแข่งขัน ABL ในครั้งนี้ ทำให้ โมโน แวมไพร์ ไล่ตีเกมกลับมาได้ ตั้งแต่การบุกครั้งแรกของ โมโน แวมไพร์ และ “เจโอ” รัชเดช เครือทิวา ได้รับบอล เขาก็ยิงลูกสามแต้มทีเด็ดออกไป แล้วมันบังเอิ๊ญ บังเอิญ ไม่โดนห่วงเลยแม้แต่น้อย ทางอากีลาส เห็นทีแล้วว่า ตัวนี้ไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร และก็ดูเหมือนจะกันแบบปล่อยๆ มาขึ้นหลังจากนั้น เพื่อไปรุมไอ้ยักษ์สูง 7’1″ ที่ชื่อ แอนโธนี้ แมคเคลน ดีกว่า
ถ้าอากีลาส ได้ทำการศึกษาคู่ต่อสู้มาซักหน่อย (หรือจริงๆ ก็เพียงแค่ดูการแข่งขัน ซีเกมส์ ซักครั้งของทีมชาติไทย) ก็น่าจะรู้ได้ว่า เจโอ ปล่อยว่างไม่ได้จริงๆ

เจโอ รัวปืนไปสามลูกติดกันในช่วงกลางควอเตอร์แรก ทำให้แต้มของทีมกลับมาอยู่ในช่วง 6 แต้มอีกครั้ง อากีลาส ก็ยังคงแสดงให้เห็นว่าไม่ได้รู้เรื่องของนักกีฬาไทยเลย และปล่อยให้ ตัวข้ามอย่าง ไพรัช เสกธีระ ที่เพิ่งลงสนามไป มีช่องทางรันเวย์ในการเทคออฟ เข้าหาห่วงไปวางบอล อย่างง่ายดาย ก็จะโทษ อากีลาส ไม่ได้หรอก ที่ไม่ได้ศึกษาคู่แข่งมาทั้งลีกก่อนเริ่มแข่ง แต่ในการแข่งขันระดับนานาชาติแบบนี้ ก็น่าจะมีบ้างไม่ใช่หรือ

10364032_934873213200743_3461896535452155842_n
Photo Credit: Kuk Onvisa Thewphaingarm

ควอเตอร์แรกจบลไป โดยที่แต้มก็ไม่ได้ทิ้งกัน อยู่ที่ 21-19 ในควอเตอร์ที่ 2 อากีลาสก็พยายามจะฉีกแต้มออกไปอีกครั้ง แต่ แอนโธนี่ แมคเคลนก็ใช้พลัง และ ความใหญ่ ทำแต้มไปอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รูปเกมไม่มีใครทิ้งใครมาตลอด จนจบครึ่งแรกที่แต้ม 36-36

ในช่วงพักครึ่ง โค้ชเส็ง ได้มีการปลุกระดมพลังของลูกทีม โดยการเน้นย้ำว่า ทุกอย่างต้องมาจากการป้องกัน ต้องมาจากการทุ่มเทในเรื่องของการรีบาวด์ แล้วเดี๋ยวแต้มมันก็จะไหลเอง

ออกตัวควอเตอร์ที่สามไปได้ไม่นานก็เริ่มจะเห็นผลทันที โดยเริ่มจากการบล็อกชุดใหญ่ของตัวอิมพอร์ตของ โมโน แวมไพร์ “คิว” ควินซี่ โอโคลี่

ซึ่งมันก็นำไปสู่การฟาสเบรกกลับจนได้แต้มจบที่ แอนโธนี่ แมคเคลน ดั๊งไปอย่างสุดพลัง

ผลพวงต่อมาก็จะเป็นการทำแต้มโดยแมคเคลนอีกครั้ง ต่อด้วยการบล็อกช็อตของแมคเคลนอีก ซึ่งเปิดโอกาสฟาสเบรกให้กับ “ปาล์ม” ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย และจบลงที่การทำแต้มของ แอนโธนี่ แมคเคลนอีกครั้ง ที่ได้ฟาวล์ ซึ่งทำให้ผลแต้มของโมโ แวมไพร์ ทิ้งห่างออกไปเป็น 12 แต้ม ทั้งนี้ ทำได้ ทั้งๆ ที่การป้องกันของ อากีลาส ไปกัดจิก เจโอมากขึ้นจนยิงลง 0 จาก 7 ลูก แต่ก็ยังรันแต้มออกไปได้

ความรู้สึกตื่นเต้นมันเริ่มแผ่กระจายออกไปในบรรดาแฟนๆ ชาวไทยของ โมโน แวมไพร์ในยิม USEP ตอนนั้น (ซึ่งตอนนั้นก็มีอยู่คนเดียวอะนะ…) แต่ ก็เป็นเรื่องที่แปลก ที่ สนาม USEP ไม่ได้เงียบกริบเหมือนว่าทีมเจ้าบ้านกำลังลงคาถาสาปแช่งทีมเยือนที่กำลังขึ้นนำไปไกล ไม่เพียงแค่นั้น ยังดูเหมือนผู้เล่นหลายๆ คนจะดูยิ่งฮึดขึ้นมาด้วยซ้ำ ซึ่งคิดว่า พวกเขาน่าจะกำลังสนุกกับเกม โดยไม่ได้สนใจว่า ทีมไหนคือทีมไหน

แน่นอนว่า โมโน เองก็คิดก็ไม่ได้คิดหรือ ว่าจะนำ 12 แต้มนี้ไปจนตลอดรอดฝั่ง ในใจก็คิดอยู่แล้วว่า อากีลาส มันต้องมีตีกลับมาแน่ๆ และพอเข้าสู่ช่วงท้ายของควอเตอร์ที่ โมโน แวมไพร์ ก็ส่ง แอนโธนี่ แม่งเคลนไปพักที่ม้านั่ง

12185507_1021847527865309_1021620653733416193_o
Photo Credit: Mono Vampires Basketball Club

แล้วอยู่ดีๆ อากีลาสก็ระเบิดตู้ม ทำออกไป 10 แต้มในช่วงเวลาเพียงหนึ่งนาทีครึ่ง ที่รู้สึกว่ามันยืดยาวนานกว่านั้น มันเริ่มจากที่ วัลอากุญญ่า ยิงสูกสามแต้มลงไปตอนแรก พอโมโนกลับมาบุก “โส” โสฬส สุนทรศิริ ทอยลูกเทียร์ดรอป แต่ก็ไม่ลง พออากีลาสสวนกลับมา วัล อากุญญ่า ก็ได้ยิงสามแต้มอีกครั้ง และถึงแม้รอบนี้จะพลาดไป แต่ ก็มี เอซี รีด เก็บตกทำแต้มไป พอกลับมาเป็นฝ่ายบุก โมโนก็ไม่ได้แต้มอีกครั้งหลังจากที่ โส เข้าไปปล่อยบอลหน้าห่วงแบบกระอักกระอ่วน เปิดทางฟาสเบรกให้ อีริค ซาลามัต แต่ ซาลามัตก็โดน โสฬส ฟาวล์ซะก่อน หลังจากที่ซาลามัตเก็บลูกโทษไป โสฬสก็พยายามจะดันบอลขึ้นมาทำแต้มครั้งสุดท้ายก่อนหมดครึ่งให้ได้…แต่กลับวิ่งไปชน ซาลามัต จนเสียบอลไป กับเวลาที่เหลือเพียง 2.3 วินาที

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงแค่ประมาร หนึ่งนาทีครึ่งเท่านั้น

12186476_1021845881198807_2560487017814196036_o
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

โสฬส มีอนาคตอีกยาวไกลกับบาสในประเทศไทย โดยมีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น และเขาคงจะมีเกมที่ดีกว่านี้ในวันข้างหน้า แต่เกมในวันนี้ เขาน่าจะอยากลืม ข้ามๆ ไปให้เร็วที่สุด

และนี่คือ เพลย์ของ อากีลาส ที่ใช้เพื่อทำแต้มในเวลา 2.3 วินาทีที่เหลือ:

ขอย้ำอีกรอบว่า มีเวลาเหลือเพียง 2.3 วินาที ถ้าว่ากันตรงๆ ตามประสบการณ์การเล่นบาสในระดับพื้นฐาน แอคชั่นต่างๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น น่าจะใช้เวลามากกว่า 2.3 วินาที ซึ่งสิงที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีดังนี้:

  1. รับลูส่งจากนอกสนามเข้ามา
  2. เริ่มการเคลื่อนไหวเพื่อเทคตัวยิงแบบหมุนครึ่งตัว
  3. เปลี่ยนใจระหว่างการกระโดดขึ้นยิง เป็นการส่งบอลออกไปแทนดีกว่า
  4. รับบอลในจังหวะที่ก้าวพอดี
  5. ก้าวกระโดดลงขาคู่เพื่อเตรียมกระโดดอีกรอบเพื่อขึ้นยิง
  6. มีจังหวะบอลหลุดๆ นิดหน่อย
  7. ส่องไกลระยะสามแต้ม

อย่างไรก็ตาม กรรมการได้ติดสินไปแล้ว ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดที่ไล่เรียกมาเมื่อกี๊ ว่าทำไปหมดแล้ว ก่อนที่เวลาจะหมดลงไป
2.3 วินาทีเท่านั้น

ภายหลัง ผมได้ลองปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ และได้เรียนรู้ว่า เพราะว่า ABL ไม่มีแป้นที่มีไฟที่ฉายแสงขึ้นตอนหมดเวลา เพราะฉะนั้น กรรมการจึงต้องพึ่ง “เสียง” ของสัญญาณ เพื่อตัดสินมากกว่า เป็นไปได้ที่ กรรมการจะเห็นว่าบอลถูกปล่อยออกไปแล้ว ก่อนที่จะได้ยินเสียงสัญญาณหมดเวลา

ถือว่าเป็นความรู้ใหม่ ที่เปิดมุมมองใหม่ๆ เพราะกรรมการเองก็เป็นแค่คน ถ้าใช้ลำพังเพียงการตอบสนามเชื่อมประสาท การรับฟังกับการมองเห็นได้เท่านี้ ก็น่าพอใจแล้ว

พอได้มาดูเกมเทปอีกรอบ ก็เลยมาเพ่งกับการเทียบเสียงกับจังหวะปล่อยบอลของอากุญญ่า

พอได้มาดูเฟรมต่อเฟรม ก็ยังเห็นว่าบอลอยู่ในมือ อาุญญ่า ตอนสัญญาณหมดเวลาดังขึ้น เพราะฉะนั้น ทีมโมโน แวมไพร์ มีสิทธิที่จะโกรธแค้นกับจังหวะนี้อยู่ แทนที่จำนำ 5 แต้ม กลับเป็นนำแค่ 2 แต้ม แต่มันก็เป็นจังหวะที่ใกล้เคียงมากๆๆๆๆ และก็จะว่ากรรมการที่อยู่ในจุดที่ต้องออกคำตัดสิน ญ ตอนนั้นเลยก็ไม่ได้หรอก

ก็ถือว่าซวยๆ กันไป

และนั่นมันจบแค่ควอเตอร์ 3 เท่านั้น!

ทั้งสองทีมสลับกันทำแต้มไปๆ มาๆ อีกครั้ง โดยที่ไม่มีใครทิ้งห่างไปมากกว่า 2 แต้ม จนกว่าจะถึงช่วงท้ายเกม เพราะฉะนั้น แน่นอนว่าทั้งสองทีมคงรู้สึกกดดันหนักแน่ๆ ส่วนบางคน ก็ระบายความกดดันออกมาได้ไม่ดี

จนในที่สุด เหมือนว่า อากีลาส จะฉีกตัวออกไปได้แล้ว หลังจากที่ วัล อากุญญ่า ทำแต้มจากการฟาสเบรก 2 ครั้งติดต่อกัน

แต่โมโน แวมไพร์ ก็ยังไม่ตายหรอก

การป้องกันของอากีลาส ทำให้ ดรงค์พันธ์ สามารถลุยเข้าไปวางบอลได้ หนำซ้ำ เอซี รีด ยังไปฟาวล์เพิ่มอีก ด้วยเวลาที่เหลือในการแข่งอีกประมาณ 20 วินาทีกว่าๆ ดรงค์พันธ์ มีสิทธิที่จะทำให้มีแต้มห่างเพียง 3 แต้มเท่านั้น

แล้ว เขาก็ยิงลูกโทษพลาด
แล้ว ชาร์ลส์ แมมมี่ ก็ลืม บ็อกซ์เอ้า แอนโธนี่ แมคเคลน
แล้ว แมคเคลนก็ได้รีบาวด์ไป
แล้ว กานต์ณัฐ เสมอใจ ก็คิดได้อย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งไปที่ตำแหน่งสามคะแนนที่มุมสนาม
แล้ว กานต์ณัฐ ก็ได้บอลจาก แมคเคลน
แล้วกานต์ณัฐก็ยิงออกไป

ทันทีทันใด จากที่นำอยู่ 6 แต้ม กับเวลาที่เหลือ 20 กว่าวินาที อากีลาส เจอตัวเองในสถานการณ์ที่ นำเพียง 1 แต้ม และเหลือเวลาในการแข่ง 16 วินาที รู้สึกมันก็คล้ายๆ กับ ช่วงท้ายๆ ของควอเตอร์ 3 ยังไงก็ไม่รู้

ที่เหลือก็มีแค่โมโน แวมไพร์ ต้อง ทำการฟาวล์ อากีลาส เพื่อให้หยุดเวลา ไปยิงลูกโทษและให้ได้บอลกลับมา ก็เท่านั้นเอง…

เดี๋ยวนะ…

อะไรนะ?!

อากีลาสได้จ่ายบอลออกไปถึง 4 ครั้ง แถมมีการเลี้ยงบอลอีกหลายครั้งด้วย แล้วเหมือนเล่นวิ่งไล่จับอยู่กับทีม โมโน แวมไพร์ ทุกคนดูเหมือนเฝ้ารอจังหวะเรียกฟาวล์…ที่ไม่ยอมมาซักที

ตรงนี้ก็ไม่รู้จะอธิบายอะไรได้มากกว่า…ความได้เปรียบของเจ้าบ้านจริงๆ

ความประทับใจหลังเกม

มาว่ากันด้วยตัวอิมพอร์ตก่อน

เอซี รีด เล่นได้ดีเหมือนที่คิดไว้
แอนโธนี่ แมคเคลน เล่นได้ดีกว่าที่คิดไว้
ควินซี่ โอโคลี่ ก็เล่นได้ เหมือนกันที่คิดไว้
ชาร์ลส์ แมมมี่เล่นห่วยกว่าที่คิดไว้มาก

เอาละ แค่อย่างระบายตรงนั้น ออกไปซักหน่อย

ผมคาดการณ์ไว้ว่า อากีลาส จะเป็นทีมที่ทำแต้มกระจุยกระจาย…และแล้วก็ต้องผิดหวัง พวกเขาดูเหมือนว่าไม่ได้มีการซ้อมมาก่อนเลย ซึ่งตามที่ได้ยินมา คือ มีการรวมทีมกัน 2 สัปดาห์ก่อนแข่ง และ ก็ซ้อมกันจริงๆ จังๆ 2 วันก่อนแข่งเท่านั้น พวกเขาดูขาดความเข้าใจกันและกัน ขาดความคุ้นเคยสนามบ้านตัวเอง และขาดความรู้ในการเล่นกับทีมตรงข้าม แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทำได้ โอเค กับการชนะทีมที่แข็งพอตัวคือ โมโน แวมไพร์ (ถึงจะมีจังหวะเป่าเจ้าบ้านบ้าง) แต่นี่ ยังไม่ได้รวมการเล่นของสอง Heritage Import เจอรามี่ คิง กับ อัลลี ออสเตรีย เลย

นอกจากนี้ ผมยังคาดการณ์ว่า โมโน แวมไพร์ จะเล่นได้อย่างยากลำบากกว่านี้ เพราะไม่มี Heritage/ASEAN import ที่จะมาประคองเกม และถึงแม้ว่า 24 เทิร์นโอเวอร์ที่ โมโน เสียไปจะเป็นจำนวนที่ค่อข้างสูง แต่ก็ถือว่า การ์ดของโมโน มีความมั่นใจที่จะพาบอลขึ้นไปบุก ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ตรงนี้ คงจะใช้เวลาปรับ

นอกจากนี้แล้ว พวกเขาต้องหาตัวทำแต้มให้ได้อีกซักคน เพราะทีมอื่นคงไม่ปล่อยแมคเคลน และ เจโอ ให้ทำแต้มง่ายๆ ต่อไปแล้ว หลังจากที่ได้ดูเกมนี้ แม้แต่ เจโอเอง พอเข้าครึ่งหลังก็ขาดจังหวะไปเลย หลังจากที่ อากีลาส ดูจะตื่นตระหนก และคุมเข้มมากขึ้น

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

  • การเดินทาง

เกมนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สำหรับคนที่ติดตาม ABL อย่างผม คือการที่ได้เดินทางมา ฟิลิปปินส์ เมืองดาเวา ตำแหน่งที่แข่งนี้ สำคัญ เพราะมันทำให้ทีม โมโน แวมไพร์ต้องออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม หรือ 3 วันเต็มๆ ก่อนแข่งขัน

12188010_1020880127962049_4733481017523158345_o
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะ แอร์เอเซีย ไม่มีเที่ยวบินตรงจาก กรุงเทพ ไป ดาเวา จริงๆ แล้ว แอร์เอเซีย ไม่มีแม้แต่เที่ยวบินตรงจาก กรุงเทพฯ ไป มนิลาด้วยซ้ำพ เพราะฉะนั้น เส้นทางบินเพื่อไปแข่งของโมโน แวมไพร์ในรอบนี้ เป็นดังนี้:

15:00 น. กรุงเทพ >>  18:00 น. กัวลาลัมเปอร์
21:00 น. กัวลาลัมเปอร์ >> 1:00 น. มนิลา
6:00 น. มนิลา >> 8:00 น. ดาเวา

รวมๆ แล้วก็ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 18 ชั่วโมงได้
18 ชั่วโมง! ให้ตายเถอะ ดีแล้วที่ โมโน เดินทางเข้าไปก่อน ร่างกายจะได้ฟื้นขึ้นมาก่อนแข่งได้ทัน

สำหรับผมที่เดินทางตามดู…ไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะผมเดินทางในเย็นวันก่อนแข่ง คือถึงในช่วงเช้าวันแข่งพอดี

ก็เป็นเรื่องสนุกๆ ตลกๆ ที่ได้เจอกับทีม อากีลาส ในสนามบินภายในประเทศของมนิลาตอน ตี 5 เพื่อบินไป ดาเวา ด้วยกัน แต่นอกจากนั้นแล้ว ไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่ากระชุ่มกระฉ่วยหัวใจเลยกับการที่อยู่บนเครื่องบิน 8 ชั่วโมง และอยู่ในสนามบินอีกราว 9 ชั่วโมง

หนังเรื่อง The Terminal มันช่างหลอกลวงสิ้นดี

  • การศึกษา คู่ต่อสู้ของทีมใน ABL

ระหว่างทางที่บินอยู่ ก็ได้รู้จักกับ Scout ของทีม ABL ทีมหนึ่งที่ไมสามารถระบุนามได้ เพราะการเป็น Scout ต้องเก็บตัวเงียบ ราวกับสายลับที่ถ้ารู้ชื่อแล้วต้องกัดลิ้นฆ่าตัวตาย

การที่ได้รู้จักกับ Scout เป็นตัวเป็นตน และ ได้ทำความเข้าใจกับหน้าที่ของเขา ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นดี Scout ส่วนใหกญ่ เดินทางไปไหน ก็จะถูกมองว่าเป็นโจร (ซึ่งก็ใช่ เพราะเป็น “โจร” เข้ามาขโมย “ข้อมูล” ใน”บ้าน”) เพราะฉะนั้น งานนี้ มันดูแล้วก็ค่อนข้างจะเหงานิดหน่อย

ผมได้นั่งดูเขาตัดต่อเกมการแข่งขันระหว่าง ไฮเทค และ สิงคโปร์ เพื่อศึกษาแผนการเล่นแต่ละรูปแบบ และ วิธีการที่ต่างทีมเรียกแผน ผมถามว่า เรื่องพวกนี้ ไม่ต้องเดินทางไปดูก็ได้นี่ ทำจากเกมเทปอย่างเดียวก็ได้

แล้วเขาก็ตอบว่า พอเขาไปที่สนาม เข้าจะพยายามหาจังหวะที่ไม่สามารถจับในวีดีโอได้ บางที โค้ชเรียกแผนจากม้านั่ง ดูการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของผู้เล่นบ้างอะไรแบบนี้

การที่ถือข้อมูลไว้ น่าจะเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มาก และ ถ้ามีเงินจะลงทุนกันมัน ก็คงจะคุ้มอยู่

  • ชาร์ลส์ แมมมี่ มนุษย์กล้ามปริศนา

ในเชิงสถิติแล้ว แมมมี่ ก็ถือว่า “ดูแล้ว” ดีนะ กับการทำ 14 แต้ม 14 รีบาวด์ แต่ได้ดูเขาเล่นจริงๆ แล้ว รู้สึกแย่ และ ผิดหวังมาก เขาดูเหมือนประมาทในการพุ่งหาห่วง เลยทำให้ถูกบล็อกเต็มๆ สองครั้ง

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีจังหวะที่ดูแล้วขี้เกียจ เช่นจังหวะที่ลืมบ็อกซ์เอ้า แอนโธนี่ แมคเคลนในจังหวะที่กล่าวข้างต้น หรือ จังหวะที่ ดั๊งไปแล้ว แสดงความดีใจมากจนลืมกลับมาป้องกัน

ก็เป็นเพียงแค่เกมสำหรับแมมมี่ และ อากีลาส ก็จริง แต่ดูผ่านๆ ตาแล้ว แมมี่เล่นได้ไม่น่าประทับใจเลย

  • แอนโธนี่ แมคเคลน ยักษ์ใหญ่ใจเกิน 100
12186452_1021845677865494_2182859206539085083_o
Photo Credit: Mono Vampire Basketball Club

หลายๆ คนยังตื่นเต้นกับ แอนโธนี่ แมคเคลนอยู่ ด้วยฟอร์ม พลัง และ ร่างกายที่ทำให้ได้เปรียบมากๆ

28 แต้ม, 14 รีบาวด์, 4 บล็อกช็อต. อากีบาสเป็นทีมตัวเล็กก็จริง แต่ก็ต้องรอบว่า สถิตินี้ ไม่ได้ได้มาง่ายๆ เลย และช่างน่าเกรงขาม ดู จอนดาน ซัลวอดอร์ในจังหวะซะก่อน

ซัลวอดอร์เอง เล่นใน PBA มา ก็ได้เจอกับ อิมพอร์ตเล็กใหญ่มานานๆ นับไม่ถ้วน และเขาก็มีโอกาสทำแต้มใต้แป้นโล่งๆ แต่กลับกลายเป็นว่า เห็น เดร็ดล็อก ของ แมคเคลนในมุมสายตา ก็เลยถือโอกาสถอยออกมาก่อย

ไม่เป็นไรนะ จอนดาน เราเข้าใจนาย

  • แข่งจบแล้ว แต่มิตรภาพยังอยู่

แอนโธนี่ แมคเคลน และ ชาร์ส แมมมี่ ต่างก็มีจังหวะการทะเลาะกันเล็กน้อยในเกม แต่พอได้ขึ้นเครื่องจากดาเวากลับไปมนิลา พวกตัวอิมพอร์ตทั้งหลาย (รีด, แมคเลน, โอโคลี่, และ แมมมี่) ไปนั่งหนึ่งแถวหลังจากตัวผมเองในเครื่องบิน พวกเขาสนทนากันอย่างสนุกสนาน เล่าถึงประวัติการเล่นที่ผ่านมาของตัวเองกันบ้าง ล้อเล่นกันบ้าง เช่น แมมมี่ไปล้อโอโคลี่ว่าไม่มีแต้ม แต่ โอโคลี่ก็สวนกลับว่า อย่างน้อยก็มี 1 บล็อกใส่เอ็งนะ และ จบด้วยการที่แมมมี่ เถียงหัวชนฝาว่าลูกนั้นมัน โกล์เทนดิ้งว้อย

การที่เป็นแฟนลบาสเก็ตบอล และ ได้ที่เจอกับประสบการณ์แบบนี้มันก็มีทำให้มีความสุข และมีความสนุกของมันเอง

กว่าที่บทความนี้จะถูกปล่อยสู่สาธารณชน พิลิพินาส ก็คงไปแข่งกับ เคแอล ดรากอนส์ เรียบร้อยแล้ว ที่ กัวลาลัมเปอร์ วันที่ ตุลาคม

ส่วน โมโน แวมไพร์ ก็จะเจอกับ ทีมคู่ปรับสำคัญ ไฮเทค บางกอก ซิตี้ ที่สนามทุ่งครุ วันที่ 4 พฤศจิกายน

อยากรู้ว่า แมคเคลน จะมีอะไรกล่าวถึงเกมถัดไปบ้าง

mcclain

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s