Tones & Definition ผลรางวัล TBL 2015 Awards Ceremony: ภาคจบ

ผมได้สรุปรวมเอาผลรางวัล (ภาคแรก) ของ TBL 2015 อย่างไม่เป็นทางการในกลางๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา และ ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาในการตัดภาคจบออกมาได้ ในที่สุด มันก็คลอดออกมาแล้วครับ

ก่อนที่จะไปดูผลรางวัลอย่างไม่เป็นทางการของผมเอง มาดูผลทางการของคณะกรรมการ TBL กันดีกว่า

For English, read here.

หลังจากที่รอบชิงชนะเลิศของ TBL ได้จบลงไป (ขอแสดงความยินดีกับ โมโน แวมไพร์ อีกครั้ง) พวกเขาก็ได้ประกาศ ห้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแต่ละตำแหน่งออกมาดังนี้

พอยท์ การ์ด: กานต์ณัฐ เสมอใจ, โมโน แวมไพร์
ชูตติ้ง การ์ด: ชิดชัย อนันติ, โมโน-ทิวไผ่งาม
สมอลล์ ฟอร์เวิร์ด: ไพรัช เสกธรีะ, โมโน แวมไพร์
พาวเวอร์ ฟอร์เวิร์ด: นพพร แสงทอง, โมโน-ทิวไผ่งาม
เซนเตอร์: สตีฟ โธมัส, ไฮเทค อัสสัมชัญ-ธนบุรี

ซึ่งตรงการประกาศห้าผู้เล่นยอดเยี่ยมนี้ ก็เทียบๆ ได้กลายๆ กับ All-TBL ทีมแรกนั่นแหละ เพราะฉะนั้น มันจะสามารถมาเทียบกันได้ในช่วงข้างล่างที่ผมได้เขียนไว้ ส่วนความประทับใจครั้งแรกของผลที่ประกาศออกมานี้ คือ มันเป็นตัวเลือกที่โอเค และ แต่ละคนก็สามารถมีตรรกะมารองรับว่าทำไมเขาถึงได้เลือกในแต่ละตำแหน่ง แต่ ถ้าเป็นผม ผมจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างบางคน

แต่เอาหนะ อันนั้นไว้ว่ากันทีหลัง ตอนนี้มาดูรางวัล (อย่างไม่เป็นทางการ) อันแรกก่อน: ห้าหนุ่มสดซิงซาบซ่าน (คิดชื่อรางวัลไม่ออกจริงๆ)


ด้วยเหตุที่ลีกไทยแลนด์บาสเก็ตบอลลีกของเราไม่ได้มีโครงสร้างเหมือน NBA หรือ PBA ที่มีการไหลเข้ามาของนักกีฬาหน้าใหม่ด้วยระบบการ ดราฟ ที่จะมีนักบาสหน้าใหม่เข้ามาในลีกเป็นชุดๆ เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และ ไม่มีเหตุผลเท่าไหร่ ที่เราจะ จำแนกผู้เล่นเป็น “รุกกี้” เพราะฉะนั้น ผมจึงตัดสินใจว่า จะทำในรูปแบบของ FIBA Europe คือ ให้รางวัลผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยม ซึ่งจะมอบให้กับผู้เล่นสัญชาติประเทศในทวีปยูโรบ ที่อายุน้อยกว่า 22 ปีบริบูรณ์

สำหรับรางวัล (อย่างไม่เป็นทางการ) ของ TBL 2015 ห้าหนุ่มสดซิงซาบซ่าน ผมจะหยิบเอา ห้า หนุ่มที่อายุน้อยกว่า 22 ปีที่แสดงผปลงานได้น่าประทับใจและน่าคาดหวังมา

เริ่มกันเลยดีกว่า

yoy funny

อ๊ะล้อเล่น พวกนี้เด็กไป เป็นเหล่าลูกๆ ของนักบาสนะครับ คนซ้าย น้องติสตี๋ ลูกชายของ ปอย ดรัญพงศ์ อภิรมย์วิไลชัย ของ โมโน-ทิวไผ่งาม คนกลาง น้องบีซี ลูกชาย ของ ยักษ์ ชัยวัฒน์ แกดำ ของ โมโน แวมไพร์ และ ขวาสุด น้องเพนนี ลูกสาว ของ แก้ว กัณวัฒน์ เลิศเลาห์กุล

ไม่เล่นละๆ ไปดูต่อกันเลย

Tones & Definition’s TBL 2015 รางวัลห้าหนุ่มสดซิงซาบซ่าน:

ภูษิม โอภามุรธาวงศ์, ดังกิน แรพเตอร์/กทม. ไทยเครื่องสนาม
ปฏิภาณ กล้าหาญ, กทม. ไทยเครื่องสนาม
ชนาธิป จักรวาฬ, กทม. ไทยเครื่องสนาม
อนัสวีย์ แกล้วณรงค์, กทม. ไทยเครื่องสนาม
ริชาร์ด ลาธาม, สโมสรการไฟฟ้าฯ

yoy

สำหรับกรณีของภูษิต และ ปฏิภาณ ผมก็ได้ตัดมาโดยอัตโนมัติ เพราะทั้งคู่ติด All-TBL ทีมสองไปแล้ว ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดความเจ๋งของทั้งคู่ได้ ที่นี่ สำหรับ ปฏิภาณ นั้น เราอาจจะเห็นอยู่ในวงการมาเรื่อยๆ พักใหญ่ๆ แล้ว เลยอาจจะดูไม่ “เด็ก” นัก แต่เขาก็อายุเพียง 21 ปีเท่านั้น ไฮเทคฯ คงดีใจที่มีผู้เล่นฝีมือดีอยู่ในคลังไว้รอใช้งานอีกคน สำหรับ ภูษิต อายุเพียง 18 ปี และยังสดๆ ซิงๆ กับประสบการณ์ในบาสไทย เขาจะไปเรียนต่อระดับมหาวทยาลัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถ้าวันใดวันหนึ่งเขากลับมาที่ประเทศไทยอีก และยังหวังกับการต่อยอดการเล่นบาสเกตบออาชีพที่นี่ เขาก็น่าจะเป็นกองกำลังที่ดีสำหรับทีมที่ได้ตัวไป

“โอม” ชนาธิป และ “แฟร์” อนัสวีย์ เป็นเพื่อรร่วมทีมของ “ปาล์ม” ปฏิภาณในทีม กทม. ไทยเครื่องสนามที่เต็มไปด้วยนักกีฬาวัยเยาว์ แฟร์ ถือว่าเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับแฟร์ (20 ปี) แต่ โอม ยังอายุน้อยมาก (18 ปี) ทั้งคู่อาจจะยังขาดเกมรุกอยู่ค่อนข้างมาก (แฟร์ทำแต้มเพียง 24 eFG%, ส่วน โอมยิงไป 31 eFG%) แต่ทักษะด้านเกมบุกเป็นอะไรที่ค่อยๆ เสริมกันได้ ในกรณีของแฟร์ที่อายุมากกว่า อาจจะต้องเร่งในการพัฒนาความสามารถตรงส่วนนี้หน่อย แต่ โอม ยังอายุเพียง เท่านั้น และเล่นบาสในระดับสูงมาเพียง 3 ปีเท่านั้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น ศักยภาพยังน่าจะเหลืออีกมาก สิ่งที่สองคนนี้ สามารถทำได้ดี คือ การรีบาวด์ ทั้งคู่ก็ยืนกับเกือบๆ 2 เมตร ซึ่งรวมความสูงนั้นกับความแกร่งของร่างกาย และ พื้นฐานการ บ็อกซิ่ง เอ้า ที่ดี จึงทำให้ กทม. ไทยเครื่องสนาม มีนักกีฬาที่รีบาวด์ดีๆ ถึง สองคน สำหรับ อนัสวีย์นั้นเป็นอันดับ 1 ในบรรดาผู้เล่นท้องถิ่นด้านอัตราการรีบาวด์ (20.3 TRB%) และ โอมเองก็ทำได้ดีไม่ใช่น้อย (13.9 TRB%) การรีบาวด์ 7.7 ครั้งต่อเกมของ แฟร์ และ 5.0 ครั้งต่อเกม ก็ถือเป็นอันดับที่ 9 และ 15 ใน TBL ตามลำดับ นอกจากการรีบาวด์แล้ว พวกเขายังอยู่ในอันดับที่ 6 และ 7 ในบรรดาผู้เล่นท้องถิ่น สำหรับการบล็อกช็อตอีกด้วย เกมบุกยังอาจจะต้องปั้นอีกมาก…แต่อย่างน้อย เกมใต้แป้นสำหรับสองนี้ ก็ทำให้ทีมมีหวังในเกมใต้แป้นอีกยาวนาน

แล้วมาดูคนที่เรียกได้ว่า “ม้ามืด” หน่อยละกัน สำหรับ ริชาร์ด ลาธาม ของ สโมสรการไฟฟ้าฯ อาจจะสงสัยกันว่า “ไอ้หนูที่ทำได้แค่ 0.5 แต้มใน 5.5 นาทีของการเล่นเพียง 4 นัดในฤดูกาลปกติ มันมีอะไรดีกันเชียว?” ใช่ ปีที่แล้ว ริชาร์ด อาจจะทำได้ 9.8 แต้ม และ 7.9 รีบาวด์ ในปีที่แล้ว แต่นั่นมันตอนเล่นกับ ขอนแก่น แรพเตอร์ส นี่มันทีม การไฟฟ้านะ ถ้าเขายังไม่สามารถจะลงเล่นได้อย่างต่อเนื่องกับทีมการไฟฟ้า แล้ว เขาจะมีอะไรน่าสนใจกันนักเชียว

แน่นอน ว่า ริชาร์ด อาจจะไม่ได้ทำอะไรมากในช่วงฤดูกาลปกติ แต่นั่นเพราะว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะได้แสดงผลงานมากกว่า เขาเล่นไปเพียง 22 นาทีเท่านั้น ตลอดทั้ง 10 เกม ขนาดผมจะลุกขึ้นจากเตียงในแต่ละวันยังใช้เวลามากกว่า 22 นาทีเลย จะเอาอะไรกับการให้นักบาสคนหนึ่ง โชว์ “ของ” ในเศษเวลาการลเล่นกับการแข่งขันแค่ 4 เกม

แต่แล้ว รอบ เพลย์ออฟ ก็เริ่มต้นขึ้น และ “โค้ชหมู” กฤต ไรโรจน์พีระไพศาล ก็เริ่มใช้ ริชาร์ดมากขึ้น ในเกมแรก รืชาร์ดลงไป 25 นาที ในเกมที่สองเขาลงไป 26 นาที และในเกมชิงทืี่สาม เขาลงในเกมแรกไป 12 นาที ก่อนที่ไม่ได้ลงเลย ในเกมสุดท้าย สำหรับการลงเล่นใน 3 เกมในรอบเพลย์ออฟนั้น ริชาร์ด ทำไป 8.3 แต้ม และ 7.0 รีบาวด์ ต่อเกม คนเดียวที่ทำสถิติได้ใกล้เคียงระดับนั้น ในฤดูกาลปกติ มีเพียง นพพร แสงทองเท่านั้นซึ่ง (**SPOILER ALERT**) ได้รับการคัดเลือกเป็น All-TBL ทีมแรก ถ้าได้ดู ริชาร์ด เล่นเต็มเกมแล้ว คุณอาจจะไม่ตื่นเต้นกับลีลาเกมบุกของเขา แต่ คุณจะเห็นว่า เขาเป็นคนที่ขยัน ที่จะเก็บลูกรีบาวด์ และ เป็นคนที่เคลื่อนไหวรวดเร็วตอนป้องกัน แม้บางทีอาจจะหลุด แต่ก็เห็นถึงความมุ่งมั่น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ตอนนี้ ริชาร์ด อายุเพียง 20 ปีเท่านั้น อนาคตของ ริชาร์ดน่าจะสดใส ถ้าได้รับการสอนและประสบการณ์ที่ดี


“รองเท้า” ถือเป็นส่วนประกอบที่ยิ่งใหญ่ของสังคมบาสเกตบอล เพราะฉะนั้น มันคงจะไม่ถูกต้องหากเราไม่มีรางวัลสำหรับรองเท้าโดนใจใน TBL 2015 รางวัลนี้ จะตัดสินจาก ความหายากของรองเท้า ความสวยงาม ความเป็นเอกลักษณ์ และ ความชอบส่วนตัว (…อ่าวเฮ้ย)

Tones & Definition’s TBL 2015 Best Sneakers of the Year:

ธนาการณ์ ศรีบุญเรือง, Nike Kobe 8 “Prelude”

sneaks

ปีนี้ ก็มีรองเท้าสวยงามน่าสนใจมากมาย แต่ไม่มีคู่ไหนที่ผมประทับใจมากเท่าคู่นี้แล้ว

รางวัลชมเชย:

ธวัชชัย สุขทับ, Under Armour ClutchFit Drive 2
ชนะชนม์ กล้าหาญ, Under Armour Spine Bionic


อ่านกันมาถึงจุดนี้แล้ว เราก็เกือบจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ผ่านการแข่งขันในฤดูกาลปกติมา 30 นัด กับ เพลย์ออฟอีก 9 นัด เราก็มาถึงจุดที่เกือบจะสุดทางเดินแล้ว และนี่คือ 5 นักกีฬา (ในความเห็นส่วนตัว) ที่โดดเด่นออกมาตลอดทั้งฤดูกาล และสมควรจะได้รับการชมเชยในรูปแบบของผมเอง ซึ่งอาจจะไม่มีค่าเท่าไหร่ เพราะเป็นการประกาศแบบไม่ทางการอยู่ดี (…อ่าวววว เฮยยย)

Tones & Definition’s TBL 2015 All-TBL First Team (เรียงตามลำดับอักษรภาษาอังกฤษ)

ชิดชัย อนันติ, โมโน-ทิวไผ่งาม
ดนัย คงคุ้ม, ไฮเทค อัสสัมชัญ-ธนบุรี
ดรงพันธ์ อภิรมย์วิไลชัย, โมโน แวมไพร์

โมเสส มอร์แกน, สโมสรการไฟฟ้าฯ
นพพร แสงทอง, โมโน-ทิวไผ่งาม

firstteam

อ่าห์ โล่งอกซักที

ประกาศ: ผมมีความสุข และ สนุกกับการแบ่งปันความคิดเห็นของผมกับวงการบาสไทย แต่ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่า ตรงนี้ยังเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของผมอยู่ ผมไม่ได้มีวุฒิ หรือ สถาปนาตนเป็นผู้ชำนาญการทางบาสเก็ตบอล (แต่ก็คงเท่ดี ถ้าเป็น) ผมก็แค่เพียงคนรักบาสคนนึง ถ้าหากว่าไม่เห็นด้วยกับความเห็นของผมตรงไหน อยากให้มาแชร์ความเห็นให้ต่อเนื่องต่อยอดกันไปมากกว่า จะได้เกิดเป็นกะรแสกันมากขึ้น วงการบาสไทยจะได้ยิ่งเติบโต

อย่างแรกก็ต้องอธิบายก่อนว่าทำไมตัวหลักหลายคน ทั้ง ณัฐกานต์ เมืองบุญ กานต์ณัฐ เสมอใจ, ไฟรัช เสกธีระ, โสฬส สุนทรศิริ, และ ชนะชนม์ กล้าหาญ ถึงไม่ติดซักทีม ทั้งที่ก็แสดงผลงานได้ดีตลอดมาเช่นกัน แต่เชื่อเถอะ ว่าผมพยายามจะใส่บางคนเข้าไปให้ได้ และยิ่งเพิ่มตรรกะของตัวเองในการเพิ่มชื่อคนนั้นเข้าไป กลายเป็นว่า คนนี้ มันก็มีมีคุณสมบัติที่พอๆ กัน มันจึงเกิดการอัดแน่นเข้าไป แต่สำหรับคนที่ติด All-TBL ทั้งสองทีมนี้ ผมมองแล้วว่า มีการตัดด้วยตรรกะ ที่แยกออกมาอย่างชัดเจน และ ไม่ทับซ้อนกันใคร สำหรับผู้เล่นของโมโน แวมไพร์แล้ว คงไม่ได้สนใจอะไรกันมาก เพราะว่าได้รางวัลที่ใหญ่ที่สุด คือ ถ้วย แชมป์ไปแล้ว ไม่น่าจะมาสนใจการแจกรางวัลอย่างไม่เป็นทางการที่นี่หรอก

สิ่งที่ต่างออกไปจาก All-TBL ทีมสอง คือ อาจจะไม่มีรายชื่อที่ถือว่า “น่าตกใจ” ทุกคนเล่นได้อย่างโดดเด่นมาตั้งแต่แรก และถึงแม้จะมีการสลับสับเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้ง ผมก็ถือว่า ผมพอใจกับ ห้า คนที่เลือกมา

ผมจะไม่อ้างอิงกับการจัดเรียงด้วยระบบ ห้า ตำแหน่ง พื้นฐาน เพราะมันทำให้จำกัดขอบเขตในการให้รางวัลมากเกินไปหน่อย จึงพยายามอยู่ในระบบหลวมๆ ของ 3 ตัวนอก 2 ตัวในไป

มีสองคนที่ตรงกับการประกาศอย่างทางการของ TBL คือ “เป้” ชิดชัย อนันติ และ “นก” นพพร แสงทอง จาก โมโน-ทิวไผ่งาม เพราะฉะนั้น เรามาเริ่มต้นกับสองคนนี้ก่อนดีกว่า

firstteamchitchai

สำหรับทีมที่เรียกได้ว่า ขาดพลังในการบุดก ชิดชัยก็เป็นตัวสำคัญในการทำแต้มของทีมมาตลอด เขาทำได้ 14.0 แต้มต่อเกมในฤดูกาลปกติ ก่อนที่จะกระหน่ำเพิ่มมากขึ้นเป็น 18.0 แต้มต่อเกมในรอบรองชนะเลิศที่แข่งกับ ไฮเทคฯ ซึ่งมีเกมที่เขาทำได้ 29 แต้ม (ยอดแต้มสูงสุดใน 1 เกมประจำฤดูกาลนี้ แต้มของเขาส่วนนึงก็มาจากการส่วนกลับจากเทิร์นโอเวอร์ ซึ่ง เป้ ก็เป็นคนที่สร้างโอกาส เทิร์นโอเวอร์ได้ดี เขาเป็นจ่าฝูงในด้านการขโมยบอลอยู่ที่ 3.1 ครั้งต่อเกม และมีอัตราการขโมยอล 6.9% ซึ่งเป็นผลพวงจากการใช้ความยาวช่วงแขนในการดักลูกส่งที่จ่ายมาแบบลอยๆ หรือ การล้วงเอาบอลขณะเลี้ยง เขาอาจจะไม่ใช่คนที่ยิงสามแต้มได้ดีนัก (20.6%) แต่เขาเป็นคนที่มีจังหวะในการยิงลงอย่างต่อเนื่องบ้างเป็นครั้งคราว เป้ เป็นคนที่แขนขายาว และ ย่องในพื้นที่เปิดในสนามได้ดีมาก การยิงลูกโทษเป็นอะไรที่ทำให้เกมบุกของ เป้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเขายิงไป 76.7% จากการยิงลูกโทษ 3.0 ครั้งต่อเกม นอกจากนี้แล้วเขาก็เก็บรีบาวด์ได้ 4.6 ครั้งต่อเกมอีกด้วย

หลายๆ คนอาจจะมีความตื่นตาตื่นใจกับ ปรากฏการณ์ที่อาจจะเรียกได้ว่า Pae-sanity (เลียนแบบ Linsanity) แต่ความจริงคือ เป้ก็ทำได้ประมาณนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยทำเฉลี่ย 10.25 แต้มต่อเกม เพียงแต่เล่นให้กับทีมที่ไม่เข้ารอบเพลย์ออฟ ปีนี้ก็มีทาง ภาณุรัตน์ ฉัตรศิริยิ่งยง ที่บาดเจ็บ และกองกำลังเสริมจาก นครปฐม แมดโกทส์ ที่ทำให้ โอกาสของ เป้ ที่จะฉายแวว มีมากขึ้น

ผมได้เขียนไว้ช่วงกลางฤดูกาล ว่าด้วยการสมมติการย้ายตัวของ เป้ ชิดชัย ไปไฮเทค ซึ่งมองย้อนหลังไปแล้ว ถ้าหากว่าการเทรดนั้น เกิดขึ้นมาจริงๆ (ซึ่งคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ดูจากฟอร์มตอนนี้) ผลจบของการแข่งขันปีนี้ อาจจะต่างจากตอนนี้ปีนี้มาก ผมคนหนึ่งละ ที่เฝ้าติดตามก้าวต่อไปของเป้ และ ลุ้นว่าเขาจะได้รับการพิจารณาในระดับชาติบ้างหรือไม่

ว่าแต่ พูดถึงตัวเก่านครปฐม แมดโกทส์แล้วมันก็…

firstteamnop

สำหรับคนที่ติดตามวงการบาสมาโดยตลอด คงจะเล็งเห็นแล้ว ว่า เหตุการณ์นี้มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ หลายๆ คนคงรู้กันอยู่แล้ว ว่า “นพ” นพพร แสงทอง เพียงแค่ไม่ได้มีโอกาสลงเล่นเท่าไหร่นัก ที่นครปฐม แมดโกทส์ แต่ถ้าเขาได้โอกาสลงเมื่อไหร่ เขาจะต้องระเบิดฟอร์มออกมาได้แน่

สำหรับผม ที่เพิ่งติดตามบาสไทยมาได้ 1 ปีเศษๆ ได้เห็น นพพร ได้ลงเล่นเพียงนิดหน่อย ตามหลัง ไมค์ เฟย์ ดนัย คงคุ้ม และ ชัยวัฒน์ แกดำ แล้วก็เผลอไปนึกว่า นพพร นั่นเป็นเพียงฟอร์เวิร์ดธรรมดาๆ คนหนึ่ง

ต้องยอมรับเลยว่าคิดผิดจนไม่น่าให้อภัย

นพพรระเบิดฟอร์มอย่างรุนแรง จากที่เคยเฉลี่ย 6.9 แต้ม และ 3.2 รีบาวด์ปีที่แล้ว เพิ่มมาเป็น 11.5 แต้ม และ 5.5 รีบาวด์ในปีนี้ ซึ่งสถิติสองอย่างนี้ต่างก็เป็นอันดับ 5 ใน TBL ทั้งคู่ นอกจากนี้ ยังมีการขโมยบอลอีกด้วย (1.25 ครั้งต่อเกม, 3.0 STL%) เป็นผลพวงจากการเล่นในระบบของ โมโน-ทิวไผ่งาม เขาได้ยิงลูกโทษอยู่บ่อยๆ (4.88 ครั้งต่อเกม, อันดับที่ 4 ในลีก) แต่ก็ยังไม่ได้เป็นตัวทำคะแนนที่มีประสิทธิภาพมากนัก (41 eFG%) ทั้งนี้ คุณค่าของนพพรที่สำคัญที่สุด เป็นอะไรที่วัดค่าได้ลำบาก นพพรเป็นคนที่ถือว่า “เก๋า” ที่สุดในทีมคนนึง และถึงแม้อาจจะไม่ได้เป็นปากเป็นเสียงมากเท่า ปอย ดรัญพงศ์ เขาก็ยังเป็นคนที่เรียกได้ว่าเป็น “พี่ใหญ่” ของทีมที่เต็มไปด้วยพลังหนุ่ม ถ้าได้เขาเห็นเพื่อนร่วมทีมถูกกระทำอะไรบางอย่างที่เขามองว่าไม่ชอบธรรมแล้ว เขาจะมีวิธีการสวนกลับในรูปแบบของตัวเอง แน่นอนว่าเพราะตอนนี้มีบทบาทในทีมที่ใหญ่ขึ้น ก็อยากเห็นเขาใจเย็นลงนิดหน่อยในบางจังหวะ แต่มันก็เป็นอะไรที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อเพื่อนร่วมทีม และ ทำให้การเล่นทีมเดียวกันกับเขาสนุกมากขึ้น

ว่าแต่ พูดถึงเด็กเก่านครปฐม แมดโกทส์ แล้วก็…

firstteampalm

“ปาล์ม” ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย เป็นนักบาสไทยในวงการบาสไทยน้อยคนที่สามารถบอกได้ว่าเล่นในระดับสูงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เขาอาจจะไม่ได้ทำสถิติที่มีประสิทธิภาพได้ดีเท่าปีที่แล้วที่เล่นกับนครปฐม แมดโกทส์…แต่ขนาดว่าเป็นปีที่ถดถอยสำหรับเขา มันก็ยังถือว่าเป็นฤดูกาลที่ดีสำหรับผู้เล่นทั่วไป

TBL 2014: 55.3 FG%, 14.3 3P%, 59.4 2P%, 81.1 FT%, 62 TS%, 10.45 PPG
TBL 2015: 40.8 FG%, 23.5 3P%, 45.7 2P%, 75.6 FT%, 52 TS%, 10.78 PPG

ประสิทธิภาพการยิง TrueShooting ของเขาตกลงไป 10% แต่ขนาดนั้นแล้วปีนี้ เขาก็ยังจบฤดูกาลอยู่ในห้าอันดับแรกด้าน True Shooting Percentage อยู่ดี เปอร์เซ็นต์การยิงสองแต้มที่ตกลงไปอาจจะมองได้ว่า ทีมใหม่ โมโน แวมไพร์ มียักษ์ แอนโธนี่ แมคเคลนปักหลักอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะต่างจาก ไมค์ เฟย์ ที่มีระยะยิงไกลออกมา ทำให้ดึงตัวป้องกันออกไปเปิดพื้นที่ใต้แป้นโล่งกว่า จำนวนการยิงสามแต้มต่อเกมของ ดรงค์พันธ์ ก็เพิ่มถึง สาม เท่า ซึ่งก็แสดงให้เห็นอีกว่า โมโน แวมไพร์ นั้นมุ่งมั่นกับการระเบิดยิงลูกสามแต้มขนาดไหน

ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมกับระบบที่เล่นมากขนาดนี้ ดรงค์พันธ์ ก็ยังถือว่าเป็นคนจบสกอร์ใกล้ห่วงที่น่ากลัวที่สุดในลีกอยู่ดี การที่ได้ดูเขาเล่นเป็นอะไรที่อัศจรรย์ใจยิ่ง การเคลื่อนไหวเพื่อทำคะแนนของเขา เป็นอะไรที่ มินิมอล มาก ไม่มีการเคลื่อนไหวที่มากเกินจำเป็น นักบาส TBL บางคนดูแล้วก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมมันถึงดูทำแต้มง่ายขนาดนี้

แล้วถึงแม้ว่า ดรงค์พันธ์ จะจบสกอร์ที่ห่วงไม่สำเร็จในบางจังหวะ เขาก็ยังเป็นตัวล่อฟาวล์ที่ดีมากอีกด้วย โดยเฉลี่ยการยิงลูกโทษต่อเกมที่ 4.6 ครั้ง ซึ่งเป็นอะไรที่ถือว่าโหดมาก สำหรับคนที่ยิงลูกโทษแม่นในระดับนี้

ถ้าเสริมเข้าไปอีกว่า รีบาวด์ได้ 3.6 ครั้งต่อเกม แอสสิสต์ 2.6 ครั้งต่อเกม และ ขโมยบอลได้ 1.1 ครั้งต่อเกม ก็จะทำให้เกมของเขาดูมีความเฉียบคมรอบด้านมากขึ้น แต่ ความเจ๋งของ ปาล์ม ก็ยังคงเป็นด้าน ประสิทธิภาพในการทำแต้มที่น่ากลัว

(แต่ก็อาจจะต้องลดเรื่องการฟาวล์ลงมาบ้าง เพราะ ฟาวล์ 3.22 ครั้งต่อเกมนี่มัน มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีกเลยนะ)

ว่าแต่ ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพในการทำแต้มละก็…

firstteamMoses

เป็นเรื่องที่ผมยังตีโจทย์ไม่ค่อยแตก ว่าทำไม โมเสส มอร์แกน ถึงไม่ติดรายชื่อ ห้า ผู้เล่นยอดเยี่ยมอย่างเป็นทางการของ TBL ซึ่งไม่ได้จะเป็นการว่าร้ายกับ ไพรัช เสกธีระ อย่างใด (ที่เล่นได้อย่างสุดยอดในปีนี้เช่นกัน) แต่ ต้องยอมรับจริงๆ ว่า โมเสส อยู่ในชั้นแนวหน้าของ TBL จริงๆ ปีนี้

สถิติต่อเกม:

16.9 แต้ม (อันดับ 3 ใน TBL, อันดับ 1 ในบรรดาผู้เล่นท้องถิ่น)
8.2  รีบาวด์ (อันดับ 6 ใน TBL, อันดับ 1 ในบรรดาผู้เล่นท้องถิ่น)
0.9 บล็อค (อันดับ 5 ใน TBL, อันดับ 1 ร่วมในบรรดาผู้เล่นท้องถิ่น)
1.0 สตีล
5.89 จำนวนการยิงลูกโทษ (อันดับ 3 ใน TBL, อันดับ 1 ในบรรดาผู้เล่นท้องถิ่น)

เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างจะเท่เลยนะ แต่ผมมองแล้ว มีเรื่องราวอยู่สองอย่างที่ทำให้เขาไม่ติดรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมในปีนี้

  • “เขาไม่ใช่คนไทย”

ตรรกะตรงนี้ ผมก็พอเข้าใจนะ วงการบาสไทย ยังไม่ค่อยชินกับนักบาสลูกครึ่งที่โตมากับบาสที่ต่างประเทศ ในความคิดหลายๆ คนจึงยังไม่สามารถตอบสนองได้อย่างทันทีกับการที่ โมเสส เป็น “ผู้เล่นท้องถิ่น” กระบวนการที่จะทำความคุ้นชินกับตรงนี้ คงต้องใช้เวลา ในอีกแง่นึง ผมมองว่า คณะกรรมการตัดสิน อาจจะยัง ประเมิน โมเสส ด้วย “สเกล” ของผู้เล่นต่างชาติ เขาเลยไม่ติด ซึ่งต้องมองว่า เขาร่วมเล่นในลีกในฐานะผู้เล่นท้องถิ่นแล้ว ก็ต้องประเมินเขาในเกณฑ์เดียวกัน

  • ประสิทธิภาพ

จุดตรงนี้แหละ ที่ทำให้หลายคนไม่ค่อยประทับใจกับ โมเสส เท่าไหร่ โดย โมเสสมีประสิทธิภาพการทำแต้มเพียง 34 eFG% ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มท้ายตารางเหมือนกัน เขายิงไป 31.8% โดยรวมทั้งหมด ยิงเพียง 16.7% จากระยะสามแต้ม และยิง 56.6% จากระยะจุดโทษ ซึ่งตรงนี้ ก็หมายความว่า เขาต้องยิงมาจำนวนมาก เพื่อที่จะได้จำนวนแต้มต่อเกมที่กล่าวข้างบน มากแบบในระดับที่ว่า ยิงไป 19.9 ครั้งต่อเกม (อันดับ 2 ใน TBL) และ ยิงสามแต้ม 5.3 ครั้งต่อเกม (อันดับ 5 ใน TBL) ก็เลยอาจจะทำให้ภาพรวมดูไม่ดเีเท่าไหร่นัก แต่ผมยังคงยืนกรานว่า โมเสส เข้ามาเล่นในระบบที่ไม่เอื้อกับรูปแบบการเล่นของตัวเองโดยแท้จริง และถึงแม้ว่าเขาจะทำแต้มได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไหร่…แต่มันก็ยังเป็นสถิติตัวเลขที่มหาศาลอยู่ดี ตรงนี้ปฏิเสธได้ยาก

โมเสส ยังถือว่าห่างไกลจากความ เทพ และ สมบูรณ์แบบอยู่มาก และตรงนั้น ที่ทำให้มันน่าตื่นเต้นมากขึ้น

ว่าแล้ว ถ้าพูดถึงตัวนครปฐม แมดโกทส์เก่า และ ประสิทธิภาพการทำแต้ม…

ก็คงเป็นฤดูกาลที่จบอย่างกระอักกระอ่วนหน่อย ถ้าไม่ได้มีการแจกรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าสินะ ในการแข่งขันทางกีฬาโดยทั่วไปแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าที่จะต้องแจกออกมา และสำหรับเราเองก็จะไม่น้อยหน้าเช่นกัน และนี่คือ ผู้เล่นคนสุดท้ายใน All-TBL ทีมแรก และ ผู้เล่นทรงคุณค่า (อย่างไม่เป็นทางการ) ประจำ TBL 2015

Tones & Definition’s TBL 2015 Most Valuable Player

mvpDanai

ก่อนที่จะเกิดปัญหาในช่วงเพลย์ออฟ ไฮเทคฯ ก็เป็นทีมเต็งใน TBL เลย อาจจะดูเป็นเรื่องราวที่ไกลตัวไปแล้ว แต่ก่อนจบฤดูกาลปกติ 1 เกม ไฮเทคฯ ก็ไม่ได้แพ้ใครมาตลอด และส่วนประกอบที่สำคัญของความสำเร็จตรงนั้นคือ ดนัย คงคุ้ม ในช่วงต้นฤดูกาล ทีมไฮเทคฯ ก็ได้เสียกองกำลังบุกไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในส่วนใต้แป้น สุขเดฟ โดเคอร์ (ตัวหลักในตำแหน่ง 4) และ วุฒิพงษ์ ดาโสม (ตัวเสริมในตำแหน่งที่ 4) ก็เริ่มต้นออกมาบาดเจ็บ และถึงแม้ว่า เป้ วราวุฒิ วุฒิกรภัณฑ์ จะเล่นได้ดีในช่วงเวลาที่ได้เล่นประปราย แต่เขาก็ยังไม่ใช่ตัวยืนในตำแหน่งนี้ แล้วก็เหมือนฟ้าประทานพร เมื่อทีม นครปฐม แมดโกทส์ ประกาศพักฤดูกาล แล้วปล่อยตัวผู้เล่นให้สโมสรต่างๆ ซึ่งดนัยก็เป็น 1 ในผู้เล่นที่ไม่มีสังกัดกับ ทิวไผ่งาม (เช่นเดียวกับ เฉลิมเดช ลิ้มสุวรรณ, วัชรพงษ์ ทองศรี, และ สุชน ไหมธรรมพิทักษ์) ทำให้แต่ละคนกระจัดกระจายกันไป และดนัยก็ไปตกในสถานการณ์ที่เรียกว่าจับคู่กับได้ดี กับทีมไฮเทคฯ

ดนัยเป็นคนที่ทำแต้มได้มากที่สุด (13.1 แต้มต่อเกม) กับทีมที่มีการกระจายทำแต้มได้ค่อนข้างดี (มีเพียงทีมเดียวที่ตัวผู้เล่นท้องถิ่นทำเฉลี่ย 10 แต้ม 3 คน) เขายิงลงอย่างแม่นยำด้วยอัตรา 49.1% จากทั้งสนาม ซึ่งมันยิงน่าประทับใจกว่าเดิม พอได้รู้ว่าเขายิงเฉลี่ยไป 11.6 ครั้งต่อเกม

ดนัยก็เป็นคนที่ขยันในเรื่องการรีบาวด์อีกด้วย ถึงแม้ว่าร่างกายจะบางพอตัว เขาได้รีบาวด์ทั้งหมด 5.8 ครั้งต่อเกม เป็นที่สองในทีม ตามหลัง สตีฟ โธมัส แต่จุดที่เด่นจริงๆ คือการเก็บรีบาวด์ฝั่งบุก ที่ทำได้ 2.7 ครั้งต่อเกม ถือว่าเป็นอันดับที่ 3 ในบรรดาผู้เล่นท้องถิ่น

นอกจากนี้ แล้ว ดนัยยังโชว์ความมือไว ด้วยการขโมยบอล 1.7 ครั้งต่อเกม สูงที่สุดเป็นอันดับ 5 ใน TBL

นอกจากตัวเลขที่น่าประทับใจเหล่านี้แล้ว ต้องย้ำอีกรอบว่า นี้เป็นครั้งแรกที่ดนัยเล่นให้กับไฮเทคฯ มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าเขาปรับตัวกับบทบาทที่ นครปฐม แมดโกทส์ แล้วมากลืนกับระบบของ ไฮเทคฯ ได้อย่างรวดเร็วและแทบไร้ร่องรอย

สำหรับผมแล้ว ตรงจุดนี้ ที่พาดนัยเข้าวิน ด้วยความที่เอาชนะอุปสรรคในด้านการย้ายทีม เปลี่ยนบทบาท และทำได้อย่างเนียน ด้วยฟอร์มที่สุดยอด


ก็จบกันลงไปกับรางวัลหลักของ ไทยแลนด์ บาสเกตบอลลีก 2015 และก็ถือว่ามีช่วงขึ้นๆ ลงๆ กับจังหวะประทับใจสำหรับแต่ละทีมและแต่ละคนแน่นอน

มาดูกันกับรางวัลสุดท้ายดีกว่า กลุ่มแฟนยอดเยี่ยมประจำปี!

รางวัลนี้ จะมอบให้กับกลุ่มแฟนที่แสดงความทุ่มเทมุ่งมั่น สละเวลา กาย และใจ มาตลอด 2 เดือนกว่าๆ ในช่วงเวลาการแข่งขันนี้ เพื่อให้ได้แสดงความรักต่อสิ่งที่พวกเขารัก นี่คือกลุ่มคนที่เชียร์กันจนปอดทะลุทุกๆ สุดสัปดาห์มาตลอด หรือ นั่งดูจากหน้าจอจนตาแฉะ รางวัลนี้จะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก…

Tones & Definition’s TBL 2015 Fans of the Year award

คุณนั้นแหละ

ใช่แล้ว ทุกๆ คนที่คอยติดตาม TBL มานั้นและ คุณ ผม และ คนอีกนับแสนที่ไม่ได้ติดตามอ่านบทความของก็เช่นกัน เราทุกคน สมควรที่จะปรบมือให้กับตัวเองกันหน่อย ถ้าไม่มีเรา ทุกอย่างก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นมาได้ ถ้าไม่มีเรา ผู้เล่นก็ไม่มีใครให้ฉลองชัยชนะที่หวลหอมได้ ถ้าไม่มีเรา ก็ไม่มีใครที่จะให้กำลังใจพวกเขาได้ ในยามที่ท้อแท้

เราต้องพึงระลึกกันว่า เราไม่ใช่ส่วนเล็กๆ ของวงการนี้ เราเป็นแกนกำลังหลักในการขับเคลื่อน จงภูมิใจตรงจึดนี้ซะ แล้วแสดงความภูมิใจในวงการบาสไทยออกมา บอกพ่อแม่พี่น้องผอมเพื่อนกันหน่อย ว่าวงการบาสไทยเราก็เจ๋งนะ แสดงออกไป ว่า รักบาสไทยกันขนาดไหน

แล้วเราจะโตไปด้วยกัน

สำหรับ Tones & Definition (และผู้เขียน สัจธรรม กุลสมบูรณ์) ก็ขอปิดฉากการเขียนกับ ไทยแลนด์บาสเก็ตบอลลีกในปีนี้ ตรงนี้ครับ
เจอกันคราวหน้า

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s