TBL Finals Preview: สองพี่น้อง

ขอกล่าวโดยไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นมองข้าม โมโน-ทิวไผ่งาม อย่างใด แต่ให้ตายเถอะ นี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ

For English, read here.

ทีมโมโน-ทิวไผ่งาม เป็นกลุ่มนักกีฬาบาสที่มีความสามารถสูงมาก บอกได้เลย คุณไม่มีทางเป็นทีมบาสเกตบอลอาชีพ แล้วจบฤดูกาลปกติ อยู่ในอันดับ 3 โดยการเล่นแบบแบบครึ่งๆ กลางๆ ได้หรอก ไม่มีใครปฏิเสธระดับความสามารถของ “ยักษ์เขียว” ทิวไผ่งามหรอก

แต่ด้วยความที่ทำอะไรบนพื้นฐานของตัวเลขมาตลอด เพื่อให้เกิดซึ่งความเข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ต้องยอมรับจริงๆ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ

ในรอบฤดูกาลปกติ ไฮเทคฯ ชนะ โมโน-ทิวฯ ไปด้วยคะแนนรวม 43 คะแนน
ในการแข่งขัน BTSL โมโน-ทิวฯ (ในนามทิว-เจริญอักษร ตอนนั้น) พวกเขาก็ชนะไฮเทคฯ ไม่ได้แม้แต่เกมเดียว
แม้แต่ใน TBL 2014 ทีมโมโน-ทิวฯ (ในนามทิว-เจริญอักษร) ยังเข้ารอบเพลย์ออฟไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

บทมันถูกวางมาให้เป็นรอบชิงฯ ระหว่างคู่แค้นที่ฟัดกันในฤดูกาลปกติ โดยแต่ละเกมมีแต้มห่างกันไม่เกิน 3 แต้มไม่ใช่หรอ
นี่มันควรจะเป็นนัดชี้ชะตาระหว่าง โมโน แวมไพร์ กับ ไฮเทคฯ ไม่ใช่หรอ
มันควรจะเป็นบทเกริ่นนำการต่อสู้ใน ABL ที่สุดยอดเลยไม่ใช่เรอะ?!

บทมันเป็นยังไงก็ไม่รู้แหละ แต่รอบชิงปีนี้ เป็นคู่สุดมันระหว่าง โมโน แวมไพร์ และ โมโน-ทิวไผ่งาม ในการแข่งขันแบบ ชนะ 2 ใน 3 เกม


มาดูฝ่ายแรกในสังเวียนกันก่อนดีกว่า

โมโน แวมไพร์

ภาพรวม

ทีมโมโน แวมไพร์ ก้าวเข้ามาในวงการบาสไทยในช่วงต้นปี 2014 โดยสร้างกระแสพอสมควรกับการได้ตัวโค้ชเส็ง และก๊วนตัวสโมสรการไฟฟ้าฯ ไปหลายคน กองกำลังตรงนั้น มากพอที่จะดันตัวเองเข้า เพลย์ออฟ ในปีนั้นได้ แต่ก็ต้องพ่ายให้กับ ทีมแชมป์ นครปฐม แมดโกทส์ ไปในรอบรองชนะเลิศ พวกเขาได้เสริมทัพต่อกับการเซ็น ชนะชนม์ กล้าหาญ ก่อนการแข่ง BTSL ซึ่งพวกเขาก็จบในตำแหน่ง อันดับที่ 3 อีกรอบ ได้เข้าสู่รอบอินเตอร์ฯ ของ BTSL แต่ก็ต้องจบในอันดับที่ 3 อีกรอบ ตามหลัง ไฮเทคฯ และ แมดโกทส์ มาตลอด

15755_789248914458506_7280830161677911180_n

การเริ่มต้นทำทีมออกมาสดๆ ใหม่ๆ แล้วจบในอันดับ 3 มาเรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ยิ่งถ้าเทียบกับระดับความสามารถของตัวของอีกสองทีมยักษ์ตอนนั้น แต่ทางทีมบริหารก็ยังไม่พอใจ ดันการเดินหน้าต่อให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ทำให้ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา เกิดการเสริมทัพเอา สามนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทยไปซีเกมส์ ที่อาจจะเรียกได้ว่าที่สุดของแต่ละตำแหน่ง มาร่วมทีม

11703542_969657463084316_5381678038019426929_o

นี่มันเกือบๆ อารมณ์เดียวกับการเสริมทัพของ จอห์น คาลิปารี่ ยอดโค้ช ของมหาวิทยาลัย เคนทักกี้ เลยเหอะ

เส้นทางสู่รอบชิงชัย

โมโน แวมไพร์ เดินทางมาถึงรอบชิงได้อย่างค่อนข้างสบายอกสบายใจ ซึ่งมันอาจจะดีกว่านี้ ถ้าไม่ไปแพ้ ไฮเทคฯ แต่:

  • มันเป็นการแพ้ช่วงต้นฤดูกาล
  • แพ้เพราะลูกยิงแบบวินาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา
  • แพ้ที่สนามบ้านของเขา
  • และท้ายที่สุด ก็ล้างแค้นได้อยู่ดี

หลังจากการพ่ายแพ้ครั้งนั้นให้กับไฮเทคฯ โมโน แวมไพร์ ก็ปรับสุดเกียร์ เหยียบคันเร่งจนมิด และไล่ถล่มคู่ต่อสู้ด้วยผลคะแนนห่างหลังจากเกมนั้น รวม 23.7 แต้มต่อเกม มีเพียงคู่ที่แข่งกับ กทม. ไทยเครื่องสนาม และ ไฮเทคฯ ที่ชนะน้อยกว่า 20 แต้ม (คือ 8 แต้ม และ 3 แต้ม ตามลำดับ)

เข้ารอบเพลย์ออฟมาเจอกับ สโมสรการไฟฟ้าฯ และก็ชนะไปได้ 2 เกมติดกันได้ ถึงแม้ว่าเกมที่ 2 อาจจะมีเสียวๆ แต้มตามเกือบตลอดทั้งเกม

สิ่งที่จะนำชัยมาให้:

โมโนฯ ถล่มคู่แข่งที่ผ่านๆ มาด้วยการเล่นที่ค่อนข้างรอบด้าน พวกเขาสามารถที่จะถล่มด้วยการยิงระยะไกลก็ได้ ซึ่งโมโนฯ ก็เป็นที่ 1 ใน TBL ในด้านการยิงสามแต้ม ไม่ว่าจะเป็น จำนวนลูกลงต่อเกม (7.4) จำนวนลูกยิงต่อเกม (26.6) หรือแม้แต่ อัตราการยิงลง (27.8%)
ถ้าจังหวะไหน ยิงกันไม่มา…ก็ป้อนให้ แอนโธนี่ แมคเคลน เล่นได้อีก ซึ่งเขาทำแต้มได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดยอดจริงๆ (59 eFG%)

ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ว่าจะยิงไม่ลงกัน โมโนฯ ก็ยังเป็นทีมที่รีบาวด์เกมรุกดีที่สุดในลีกแบบทิ้งไม่เห็นฝุ่น โดยเก็บรีบาวด์ฝั่งรุกในอัตรา 39.8%

ซึ่งทั้งหมดนี้ รวมออกมาแล้ว ทำให้ทีม โมโนฯ เป็นทีมที่ทำแต้มได้มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ 46 eFG%

“ก็ถ้ามันจะขนาดนั้น ก็ทำแต้มสู้กันไปเลย” อาจจะเป็นอะไรที่ผุดขึ้นมา เวลาวางแผนในการเอาชนะทีม โมโน แวมไพร์

แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่ง่ายๆ ซะด้วยสิ

ถ้ามองในมุมเปรียบเทียบ โมโน-ทิวไผ่งาม เป็นทีมที่ป้องกันแบบกดดันกัดไม่ปล่อย ในทางตรงกันข้าม โมโน แวมไพร์ จะไม่มุ่งไปที่การแย่งบอลไปต่อหน้าต่อตา
คู่ต่อสู้ของโมโนฯ เสียการครองบอลเฉลี่ยแค่ 13.9 ครั้งต่อเกม (ต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ใน TBL) ซึ่งนั่นมันเป็นผลมาจากรูปแบบการป้องกันของโมโนฯ พวกเขาจะไม่มุ่งที่จะขโมยบอลไปจากมือ หรือ พุ่งตัดบอลที่ฝืนส่งกันมา แต่พวกเขาจะบีบให้คุณทำแต้มลำบาก ทีมคู่ต่อสู้ของโมโน มีอัตราการยิงลงแค่ 32.3% เท่านั้น ซึ่งต่ำที่สุดใน TBL โดยเป็นผลจากข้อเท็จจริงสองข้อต่อไปนี้

  • แอนโธนี่ แมคเคลน เป็นปีศาจตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม ทำให้การทำแต้มใกล้ห่วงเป็นเรื่องที่ลำบากลำบนมาก เขาเป็นสาเหตุสำคัญที่โมโนฯ เป็นผู้นำในด้านการบล็อก (6.0 ต่อเกม) และ อัตราการบล็อก (2.0%)
  • ทีมโมโนฯ มีการวนตัววงนอกที่สุดยอดจริงๆ ถึงแม้ว่าแต่ละคนอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงว่าเป็นคนที่ป้องกันตัวต่อตัวอย่างเหนียวหนึบ แต่ แต่ละคนก็แทบจะมีแรงเต็มร้อยตลอดเวลา เพราะว่ามีการวนเปลี่ยนตัวอยู่ตลอด ทีมงานโมโนฯ บริหารจัดการเวลาการลงเล่นของผู้เล่นได้ดีจริงๆ ดูได้จาก ตารางดังต่อไปนี้

Screenshot (1) Screenshot (2) Screenshot (3) Screenshot (4) Screenshot (5) Screenshot (6)

ทุกคนต่างก็มีศักยภาพในการเล่น ที่จะเล่นได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ นอกจากว่าจะทำให้สดสำหรับการบุกดแล้ว ก็ได้ประโยชน์กับการตั้งรับเช่นกัน

สิ่งที่จะทำให้แพ้พ่าย:

พวกเขาก็โชว์ออกมาให้เห็นแล้วครั้งนึงว่าจุดอ่อนของโมโนฯ ณ ขณะ นี้ คือ เรื่องการยิงลูกโทษ โดย พวกเขาเป็นทีมที่ยิงลูกโทษได้แย่ที่สุดใน TBL คือยิงได้เพียง 57.5% ในเกมที่แพ้ไฮเทคฯ พวกเขาปล่อยแต้มทิ้งไว้กลางทาง 17 แต้ม และในอีกเกมที่สูสีกับ กทม. ไทยเครื่องสนาม ก็ วางแต้มทิ้งไว้ที่เส้นโทษอีก 15 แต้ม ถ้าเป็นแฟนโมโนฯ อาจจะกระวนกระวายได้นิดหน่อย ถ้าการยิงลูกโทษในวันแข่งไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่ต้องห่วงมากนัก

ก็ถือได้ว่า เป็นทีมที่จะคว่ำได้ยากทีเดียว

ตัวแปรสำคัญ: ชัยวัฒน์ แกดำ11950214_1000853559964706_6161774375964060000_o

ในบรรดาฝูงตัวนอกของโมโนฯ คงต้องมีอย่างน้อย 1 หรือ 2 คนที่เล่นดีในการแข่ง 1 เกม เพราะฉะนั้น มุมนี้ ไม่น่าจะใช้มุมที่จะเป็นจุดพลิกเกม แต่ตัวเสริมกลางฤดูกาล “ยักษ์” ชัยวัฒน์ แกดำ ต่างหาก ที่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขประตูสู่แชมป์อย่างสบายใจ ทั้งนี้ เพราะว่า โมโนฯ เป็นทีมที่มีชั้นของผู้เล่นในพื้นที่ใต้แป้นค่อนข้างนะบาง พอผ่าน คาดาเรี่ยน เรนส์ และ แอนโธนี่ แมคเคลน ไปได้แล้ว ก็มีแต่ชัยวัฒน์ นี่แหละ เพราะถือว่า “สิงห์” ชนะชนม์ ก็ยังกึ่งๆ ระหว่างใน กับ นอก อยู่

ถ้ายักษ์เริ่มเข้าที่เข้าทางบดขยี้วงในของโมโน-ทิวไผ่งาม ได้ ก็อาจจะถือได้ว่าจบเกม


ต่อมา เรามาดูทีมฝั่งตรงข้ามกันบ้าง

โมโน-ทิวไผ่งาม

ภาพรวม

ชื่อ ทิวไผ่งาม อาจจะถือได้ว่า เป็นจุดสูงสุดของวงการบาสฯ ไทย ก็ได้ ถ้าพูดถึง “บาสฯ ไทย” คนทั่วๆ ไป ก็มักจะจับเชื่อมโยงได้กับคำว่า  “ไฮเทค” ไม่ก็ “ทิวฯ” โรงเรียนทิวไผ่งาม ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ผลิตนักบาสชั้นยอดมาได้นักต่อนักแล้ว

ช่วงหลังๆ อาจจะมีซาลงไปบ้าง เพราะว่า เด็กมีความสามารถเริ่มกระจายออกไปโดยกว้างมากขึ้น เลยทำให้ระดับของ โรงเรียนทิวไผ่งามในปัจจุบัน ต้องตกมาตรฐานไปบ้าง เมื่อเทียบกับภาพเดิมๆ

เช่นเดียวกันในระดับบาสฯ อาชีพ ไฮเทคฯ และ ทิวฯ ต่างก็เคยเป็นตัวเลือกง่ายๆ ที่จะจับเข้ารอบชิงฯ ของรายการแข่งแต่ละรายการ แต่หลังๆ ก็มีทีมใหม่ๆ โผล่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น โมโนฯ หรือ แมดโกทส์ ซึ่งทีมใหม่ๆ เหล่านี้ ก็ต้องรีบหานักกีฬามาเสริมความแกร่งให้ทีม ซึ่งท้ายสุด ก็ไม่พ้นที่จะมาดูดจากเครือทิวไผ่งามไป เพราะฉะนั้น “เครือข่าย” ของทิวไผ่งาม จริงๆ แล้วมันก็โยงใยอยู่ทั่วสารทิศบาสไทย การกระจายตัวออกในรอบกว้าง ทำให้ระดับชั้นของผู้เล่นในตัวทีมหลักของทิวฯ เอง อาจจะดูไม่ดุดันเท่าแต่ก่อนนัก

ใน TBL ปีที่แล้ว ก็เสียกองกำลังหลักไปให้กับ นครปฐม แมดโกทส์ ซ้ยังส่งำทีมแยกออกเป็นสองทีม (คือทีม ซีเอเอส สยามยู) ท้ายสุดก็ชวดรอบเพลย์ออฟกันไปทั้งคู่

10410174_771508592870540_848174354002824585_n

ในรายการใหญ่ต่อมาคือ BTSL พวกเขาก็จบอันดับสุดท้ายในตาราง

แต่เรื่องราวก็เริ่มมาดีขึ้น ตอนที่ นครปฐมแมดโกทส์พักทีมชั่วคราว เลยได้ตัวศิษย์เก่าทิวไผ่งามกลับมาร่วมทีมพอสมควร

ก็นะ คาดการณ์ไว้แล้ว ว่าทีมนี้ คงจะดีขึ้นไม่ใช่น้อย…แต่ก็ยังมองไม่ขาดว่าจะออกมาในรูปแบบนี้

เส้นทางสู่รอบชิงชัย

การแข่งในรอบฤดูกาลปกติของ โมโน-ทิวฯ ถือว่าค่อนข้างจะทื่ออยู่ ถึงแม้ว่า มันจะต้องมาตัดสินกันที่เกมสุดท้ายของฤดูกาลว่าจะได้เข้าไปในอันดับที่เท่าไหร่ แต่มันก็ชัดเจนมาตั้งแต่เกมแรกๆ แล้วแหละ ว่าใครจะเข้ารอบเพลย์ออฟบ้าง

โมโน-ทิวฯ พลาดท่าให้สโมสรการไฟฟ้าฯ ในการพบกันครั้งแรกแบบ โดนลูกยิงสามแต้มวินาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา แต่โมโน-ทิวฯ ก็ แก้แค้นได้ในเกมสุดท้ายด้วยการเอาชนะ การไฟฟ้าฯ 8 แค้ม ทำให้เข้ารอบไปเป็นอันดับที่ 3

ณ จุดนั้น ตอนนั้น ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอก ว่าใครจะเข้าไปอันดับไหน เพราะ โมโน-ทิวฯ แพ้ให้โมโน แวมไพร์ เฉลี่ย 14.5 แต้มต่อเกม และแพ้ให้ไฮเทคฯ เฉลี่ย 21.5 แต้มต่อเกม ไม่ได้มีใครคาดการณ์กันว่า โมโน-ทิวฯ จะเข้ารอบถัดมาได้

…แต่แล้ว เกมที่ 1 ก็เกิดขึ้น “เป้” ชิดชัย อนันติ และ ไมค์ เฟย์ รวมกันทำไป 54 คะแนน โดย เป้ เฉิดฉายเยอะกว่าใครเพื่อนด้วยการยิงตับไหม้ไฟแล่บ 55.6% ทำให้โมโน-ทิวฯ เก็บเกมแรกไปได้ โดยการชนะไฮเทคฯ ทิ้งห่างไป 10 แต้ม แบบคาถิ่น

จบเกมแรกไป ผู้คนส่วนมาก (รวมถึงตัวผมเอง) ก็ยังคงมีความคิดฝังลึกข้างในว่าเกมแรกมันเป็นเหตุการณ์ที่นอกเหนือความคาดหมายเอามากๆ ก่อนหน้าเกมนั้น เป้ ไม่เคยยิงลูกสามแต้มลงมากกว่า 1 ลูก ใน 1 เกมเลยด้วยซ้ำ แต่อยู่ดีๆ ก็มาซัดใส่ ถึง 3 ลูก ไม่มีรายงานการ scout ที่ไหนหรอก ที่จะมาเตรียมตัวเตรียมใจให้ไฮเทคฯ ได้ในสถานการณ์แบบนั้นหรอก เป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก

…แล้วเกม 2 ก็เกิดขึ้น ทุกอย่างดูเป็นใจสำหรับ โมโน-ทิวฯ พวกเขาเล่นในสนามบ้านตัวเอง โดยตรงกับวันสถาปนาโรงเรียนทิวไผ่งามครบรอบ 40 ปีอีกด้วย ถ้ามันจะจบลง มันก็คงจะจบลงวันนี้แหละ!

จากนั้นทุกอย่างมันก็พังทลายลงมันทันที เกม 2 นั้น เป็นเกมที่ โมโน-ทิวฯ ยิงได้แย่ที่สุดมาตลอดทั้งฤดูกาล โดยยิงลงไปเพียง 15 ครั้ง เป็น 24.6% และแต้มห่าง 23 แต้มนั้นเป็นผลการแข่งที่แย่ที่สุดเป็นอันดับที่สองของฤดูกาลนี้ ใครที่ดูเกมนี้ ก็คงนึกในใจว่า “เห็นไหมละ เกมแรกมันเป็นความบังเอิญเท่านั้นแหละ”

…แต่แล้วเกม 3 ก็เกิดขึ้น!!! ไฮเทคฯ กลับมาสู่ถิ่นอีกรอบ ด้วยความฮึกเหิมที่ชนะมาอย่างขาดลอย วุฒิพงษ์ ดาโสม ก็กลับเข้ามาในรายชื่อผู้เล่นแล้ว สุขเดฟ โคเคอร์ ก็กลับมาในรายชื่อผู้เล่นแล้ว คริส ชาร์ลส์ ก็กลับมาในรายชื่อผู้เล่นแล้ว ให้ตายเถอะ ขนาด ไมค์ เฟย์ ตัวต่างชาติของ โมโน-ทิวฯ ยังเจ็บจนลงไม่ได้เลย! ผู้คนส่วนมาก (รวมถึงตัวผมด้วย) ก็กะว่า รูปเกมน่าจะจบตั้งแต่ครึ่งแรก

ตอนสิ้นเสียงนกหวีด กลายเป็นทีมโมโน-ทิวฯ ที่ผ่านเข้ารอบไปสู่รอบชิง ด้วยการชนะไปด้วยแต้ม 66-57 หลังจากที่ห่างเหินจากรอบเพลย์ออฟไป 1 ปีเต็มๆ อีกทั้งยังฉลองชัยในถิ่นของคู่อริตลอดกาลอีกด้วย! ย้ำชัยด้วยการสั่งพิซซ่ามากินฉลองชัยในถิ่นด้วย!!!

ให้ตายเถอะโรบิน นี่มันฉลองกันดุเดือดราวกับ บ้านแลนนิสเตอร์ ฉลองความตายของ ร็อบ สตาร์ก ในวินเตอร์เฟล เลยนะเนี่ย (ใครไม่ติดตาม Game Of Thrones ก็ข้ามผ่านมุกนี้ไปได้เลยครับ)

สิ่งที่จะนำชัยมาให้:

โมโน-ทิวฯ ไม่ใช่ทีมที่ทำแต้มได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก จริงๆ แล้วคือ การทำแต้มแย่ที่สุดใน 4 ทีมที่เพลย์ออฟเลยแหละ โดยอยู่ที่ 39 eFG% เท่านั้น ซึ่งมากกว่า กทม. ไทยเครื่องสนาม และ ดังกิน แรพเตอร์ส เพียงนิดเดียว

แต่พวกเขาทดแทน ความไม่มีประสิทธิภาพด้วย “ปริมาณ” แทน โมโน-ทิวฯ เป็นทีมที่มีการเฉลี่ยการครองบอลต่อเกมมากที่สุดใน TBL (86.37) ซึ่งพวกเขาอาจจะยิงพลาดบ่อยก็จริง แต่การที่สร้างโอกาสการยิงให้มากๆ ได้ มันก็หักล้างกันไปได้ระดับนึง

ซึ่งการสร้างโอกาสแบบนั้น ก็ต้องเกิดจากการบีบให้ทีมตรงข้ามเสียการครองบอล และ โมโน-ทิวฯ ก็ทำตรงนี้ได้ดีมาก โมโน-ทิวฯ มีอัตราการขโมยบอลที่สูงที่สุดใน TBL  (16.5%) อีกทั้งยังบีบให้ฝ่ายตรงข้ามเสียบอลถึง 20.3 ครั้ง การป้องกันของโมโน-ทิวฯ จะบีบคนครองบอลตั้งแต่แดนบน จนขโมยบอลได้ หรือ ทำให้ต้องฝืนจ่ายบอลต่อแบบเสี่ยงๆ จึงเป็นเรื่องไม่แปลกที่ สามอันดับแรกในด้านการขโมยบอลต่อเกมของ TBL เป็นตัวโมโน-ทิวฯ ทั้งสามคน คือ ชิดชัย อนันติ, ภูมินทร์ สิงหเสม, และ ดรัญพงศ์ อภิรมย์วิไลชัย

ข้อดีของ โมโน-ทิวฯ คือ พวกเขามีเอกบักษณ์ที่ชัดเจนของตัวเอง แล้วก็ยึดมั่นในเอกลักษณ์นั้นๆ

สิ่งที่จะผลักดันให้โมโน-ทิวฯ ถึงจุดสูงสุดได้ คือการยิงสามแต้ม ในเกมที่ชนะไฮเทคทั้งสองเกม พวกเขายิงสามแต้มด้วยอัตรา 41.7% และ 44.4% ตามลำดับ ในเกมที่โมโน-ทิวฯ ชนะ จะยิงสามแต้มลง 25.8% และจะยิงเพียง 17.2% ในเกมที่แพ้
ถ้าหากว่าโมโน-ทิวฯ ออกมาแล้วยิงสามแต้มได้อย่างร้อนแรง ก็คงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับแฟนๆ ยักษ์เขียว

สิ่งที่จะทำให้แพ้พ่าย:

พวกเขาไม่มีชั้นของผู้เล่นเท่าไหร่นักในด้านการทำคะแนน ต่างจากโมโน แวมไพร์ ที่ตัวผู้เล่นวงนอก ประมาณ 6-7 คน สามารถเข้ามาทำแต้มได้อย่างคงที่ โมโน-ทิวฯ จะมีการทำคะแนนหลักๆ จาก ชิดชัย อนันติ, นพพร แสงทอง, และ คู่หูตัวต่างชาติ ถ้าสองในสี่คนนี้ เกิดฝืดขึ้นมา โมโน-ทิวฯ ก็ค่อนข้างที่จะตกที่นั่งลำบาก ไม่ว่าจะได้โอกาสในการยิงมากเท่าไหร่ก็ตาม

ปัญหาเรื่องการฟาวล์ ก็อาจจะทำให้ลำบากเช่นกัน ในขณะที่ โมโน แวมไพร์จะวนตัวผู้เล่น 10 คน โมโน-ทิวฯ จะวนแค่ราวๆ 8 คนเท่านั้น ยิ่งเล่นบาสแบบกดดันกัดไม่ปล่อยแบบนี้ จึงเป็นเรื่องไม่แปลก ถ้าจะมีใครซักคนที่ฟาลว์หลายครั้ง การที่จะเจอกับโมโน แวมไพร์ที่ปล่อยผู้เล่นออกมาเป็นระลอกๆ ได้เรื่อยๆ ทำให้ทีมโมโน-ทิวฯ ต้องมีการควบคุมการฟาลว์ให้ดีขึ้น

ตัวแปรสำคัญ: ธนากานต์ ศรีบุญเรือง

11999042_978858005468930_2970943342926559266_n

เดินทางกันมาถึงด่านสุดท้ายในการแข่ง TBL แล้ว แต่ละคนก็มีบทบาทที่ค่อนข้างชัดเจนในทีมแล้ว ชิดชัยทำแต้ม นพพรทำแต้มเก็บรีบาวด์ ดรัญพงศ์จ่าย ภูมินทร์ขโมยบอล ฯลฯ

แต่มีหนึ่งคนที่ผมคิดว่าน่าจะขยายตัวเอง จากบทบาทปัจจุบันได้ คือ “แมม” ธนากานต์ ศรีบุญเรือง เขาเล่นได้ดีในสองเกมช่วงต้นฤดูกาล ที่ทำได้ 23 และ 16 แต้ม แต่หลังจากนั้น ก็ดูเหมือนจะแผ่วๆ ลงมา อย่างไรก็ตามศักยภาพที่จะโตขึ้นมันยังมี แต่ประเด็นสำคัญคือจะปลดปล่อยออกมาได้หรือไม่ในเวทีที่ใหญ่ที่สุดในฤดูกาล

ถ้าเขาทำได้ ชิดชัย ก็จะมีคนที่จะคอยดึงดูดเกมป้องกันออกไปจากตัวเอง ทั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่า ทีมป้องกันคงทำใจได้กับการให้ ภูมินทร์ หรือ ดรัญพงศ์ ิยิง มากกว่าการปล่อยให้ ชิดชัย ว่าง ทั้งนี้ ถ้า ธนากานต์ สามารถเร่งเครื่องขึ้นมาได้ ก็จะเปิดช่องให้ชิดชัยเล่นได้มากขึ้นอีก


ฟันธง

โมโน แวมไพร์ ชนะใน 2 เกม

การฟันธงแบบนี้ ไม่ใช่การดูถูกหรือมองข้าม โมโน-ทิวฯ แต่อย่างใด เราก็เห็นกันมาแล้วจากการเล่นกับไฮเทคฯ ว่า โมโน-ทิวฯ นี่ของจริง แต่ โมโน แวมไพร์ ณ จุดนี้ เป็นทีมที่สมบูรณ์แบบในแทบทุกมุมมองทางสถิติที่มีอยู่ก็ว่าได้
…มันจึงทำให้ทีมโมโน-ทิวฯ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นมวยรองบ่อน

แต่ก็อีกนั่นแหละ…คราวที่แล้วที่แข่งกับไฮเทคฯ โมโน-ทิวฯ ก็อยู่ในบทมวยรองฯ แล้วดูดิ ผลออกมาเป็นแบบไหน

การแข่งขันรอบชิง TBL เกมแรกจะแข่งกันในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม เวลา 15.00 น. ที่สนามกีฬา ประชานิเวศน์

12039131_1009147045802024_2427321893351896851_o

ขอบคุณรูปภาพจาก เพจ Facebook ของ Mono Vampires และ น้องกุ๊ก อรวิสา ทิวไผ่งาม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s