BTSL Game Recap 25/04/15 Hi-Tech vs. Mono Vampires: หวุดหวิดเฉียดฉิว

ผมว่าเราทุกคนคงเคยอ่านเรื่องราวของเต่ากับกระต่ายกันมาหมดแล้ว สถานการณ์ของไฮเทคกับโมโนฯ อาจจะต่างไปหน่อย เพราะ กระต่ายกับเต่านั้นไม่ได้วิ่งแข่งเพื่อชิงเงินหนึ่งล้านบาท แต่จะว่าไปแล้ว ไฮเทคนั้นเกือบได้สวมบท “กระต่าย” ไปซะอีกแล้ว

For English, read here.

ในกีฬาบาส ไม่มีเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอก ถ้าคุณอยากได้อะไรซักอย่าง คุณต้องทุ่มเท เพื่อให้ได้มันมา
และต้องใส่ความพยายามตลอดด้วย มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่คุณจะทุ่มเทอย่างหนักตลอดการเดินทาง 95% แล้วหวังว่าจะลอยลำสู่เป้าหมายได้

ไฮเทคต้องการชัยชนะในครั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งแชมปฺรายการ บาสเก็ตบอล ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ ลีก ซึ่งถ้าหากคว้าชัยชนะมาไม่ได้ ฝ่ายที่กุมอำนาจก็จะไปอยู่ในมือ นครปฐม แมดโกทส์ทันที เพียงแค่คว้าชัยชนะ กับ ทีมทิวไผ่งามที่ชนะมาเพียง 1 นัดเท่านั้น
ไม่มีผลลัพธ์อะไรที่ยอมรับได้สำหรับไฮเทคในนี้ นอกเหนือจาก “ชนะ”

ในทางกลับกัน โมโน แวมไพร์นั้น สถานการณ์นิ่งกว่า คือ กุมตำแหน่ง ที่ 3 ในตาราง ซึ่งเป็นเก้าอี้ตัวสุดสำหรับการเข้ารองแข่งนานาชาติ ถึงแม้ว่าจะแพ้หรือชนะเกมนี้ อันดับของโมโนก็ไม่เปลี่ยนอยู่ดี

เหมือนเป็นอะไรที่คาดเดาผลได้ง่ายๆ ระหว่างทีม ไฮเทคที่กำลังฟอร์มร้อนแรง และมีเป้าหมายเดียวคือชนะ กับทีมที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องชนะ และถ้าแพ้ก็ไม่เสียหาย

จากการที่ได้คุยกับคนหลายๆ คน ก็ได้ความเห็นค่อนข้างตรงกันว่า ไฮเทคนั้นน่าจะชนะได้ไม่ยาก ไม่ใช่เพราะเรื่องระดับฝีมือหรืออะไร แต่เพราะเป้าหมายของผลลัพธ์ที่ต้องการของสองทีมนั้นมันต่างกัน

…แต่เหมือนว่าจะไม่มีใครบอกกับทีมโมโนฯ ว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ

BTSL 25/04/2015: Hi-Tech 87 : Nakhon Pathom Madgoats 56 : Mono Vampires 53

เกมนี้เป็นเกมที่โคตรจะสูสี และผลอาจจะพลิกแพลงได้เพียงจากการกระพรือปีกของผีเสื้อน้อยๆ ตัวนึงในป่าอะเมซอนที่อยู่ห่างออกไปครึ่งซีกโลก

ตัวท้ายม้านั่ง (Benchwarmers)

สิ่งนึงที่ไฮเทคทำได้ดี (และทำดีตลอดปีที่ผ่านมา) คือ การใช้ตัวผู้เล่นสำรองได้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด และ มีการบริหารเวลาของผู้เล่นตัวสำรองที่ดี

htcpt

ตัวสำรองของไฮเทคเล่นไป 28% ของเวลาลงเล่นทั้งหมด และทำแต้มไป 28% จากแต้มทั้งหมด (16 จาก 56 แต้ม)

การที่ไฮเทคสามารถวางใจให้ตัวผู้เล่นสำรองลงไปเล่นได้นานๆ นั้นทำให้ผู้เล่นตัวจริง หรือ ผู้เล่นสำคัญๆ อื่นๆ ได้พักนานขึ้น จะได้มีแรงในช่วงท้ายเกมมากขึ้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนสำหรับเกมนี้ คือ “เจมส์” ศุภวิชญ์ ขุขันถิ่น
เจมส์ไม่เคยลงเล่นใน BTSL มาแม้แต่นาทีเดียว แต่แล้วในเกมนี้ เขาลงไปเล่น แล้วทำได้ถึง 9 แต้มในการลงเล่น 14 นาที โดยที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนจังหวะเกมให้ไฮเทคกลับมานำได้ภายในควอเตอร์ที่สอง

การ์ดตัวจริงฟอร์ดในเกมนี้ (วัฒนา สุทธิสินธุ์ และ บัณฑิต หลักหาญ) นั้นก็ฟอร์มจืดเหลือเกิน (ยิงรวมลง 7 ลูกจาก 25 ลูก) แต่พอเจมส์ลงมา ก็ เปลี่ยนจังหวะของเกมได้ แล้วก็ยิงลูกสำคัญๆ หลายลูกเลย

ตัวแม่น ไม่ใช่ตัวเม่น (Sniper)

ถ้าม้านั่งสำรองคือสิ่งที่ค้ำคอ และ ผลักดันให้ไฮเทคชนะได้นั้น โมโน ก็มี สุดยอดตัวยิงที่เกือบจะนำพาทีมสู่ชัยชนะแล้ว ซึ่งก็คือ จิตรภณ โตเวโรจน์ หรือ เจ้า “ชอปเปอร์” นั่นเอง
ไฮเทคนั้นปล่อย ชอปเปอร์ ว่างไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะปล่อยไปแล้ว ก็โดนยิงแสกหน้าไปจนเข็ดหลาบ ขนาดมีไอ้ก้านยาวสปริงควายอย่าง “รูเบน” วุฒิพงษ์ ดาโสม พุ่งใส่ ยังยิงสามแต้มออกไปหน้าตาเฉย แล้วก็ยังลงอีกด้วย

จบเกมนี้ ชอปเปอร์ยิงจากระยะสามแต้มลงไป 5 จาก 10 ลูก ทั้งที่ได้รับการประกบติดรูปแบบเดียวกับ “เจโอ รัชเดช เครือทิวา จาก “บอย” ปิยพงษ์ พิรุณ

ปิดผนึกเกมบุก (Clamp it Down Defense)

การป้องกันนั้น เป็นจุดขายของทีมไฮเทคอยู่แล้ว การที่จะเล่นได้ดีในเกมที่มีการบุกและรับอืดๆ แบบนี้จึงเข้าทางเลย ไฮเทคป้่องกันให้โมโนเล่นยากมากๆ จนบีบให้หมดเวลา ช็อตคล็อก หรือ บีบให้ได้จังหวะยิงที่ไม่ดี จะมีก็แต่เพียงช็อปเปอร์ ที่ยิงได้ดี
พี่บอย ปิยพงษ์ พิรุณนั้นก็ยังคงรับบท ปิดตัวบุกหลักของทีมตรงข้าม สลับไปสลับมา ระหว่าง โสฬส และ จิตรภณ
สตีฟ โธมัส ก็ยังคงเป็นตัวขึงแนวเกมรับของไฮเทคได้ดี และหยุดตัวบุกที่ดีที่สุดคนนึงใน BTSL อย่าง แอนโธนี่ แมคเคลน จนเหลือแค่ 8 แต้มจากการยิงลง 3 ครั้งจาก 10 ครั้ง

และแน่นอน ก็ยังมีจังหวะที่สุขเดฟ โคเคอร์ บล็อกลูกยิงสามแต้มหวังตีเสมอของชนะชนม์ กล้าหาญ ดับฝันของโมโน แวมไพร์ลงไป

ดาวดึง[รั่งไม่ให้รุ่ง] (Struggling Stars)

ที่ผ่านมา ผมก็ค่อนข้างจะวิจารณ์สตาร์ที่เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งผมก็มองเห็นว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น
จะมีใครสนใจอะไร ถ้า บ็อกดัน บ็อกดาโนวิช (ถ้าคุณกำลังถามว่า “ใครหว่า?” ก็ตรงตามเป้าหมายของผมแล้วแหละ) เล่นไม่ดี?
แต่ถ้าเกิดวันนี้ สเตฟ เคอรี่ ยิงไม่ลงเลยซักลูก ก็คงต้องมีคนกล่าวถึง อย่างแน่นอน

และนั่นคือประเด็นที่สำคัญประเด็นนึงในเกมนี้
“รูเบน”  วุฒพงษ์ ดาโสม นั้นควรที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหน้าเป็นตาของวงการบาสไทยได้ในไม่ช้า ซึ่งที่ผ่านมา 2 เกม เขาก็ทำได้ดี ทำแต้มไป 20 และ 17 แต้มตามลำดับ

แล้วอยู่ดีๆ ในเกมนี้ เขาก็หายตัวไปดื้อๆ

เกมนี้รูเบนยิงลงไป 0 จาก 5 ลูก และทำบอลเสีย 4 ครั้ง
ซึ่งผมก็เคยเขียนไปบ้างว่าจุดที่ยังรั้ง รูเบนจากจุดสูงสัด นั้นคือ เรื่องการสร้างจังหวะยิงของตัวเอง การครองบอล และ ความคงที่ของเกมบุก
ซึ่งในเกมนี้ เขาก็แบไพ่ทั้งหมดนี้ออกมาให้เห็นในรวดเดียวเลย

ผมยังเชื่อว่า “รูเบน” ยังมีศักยภาพพอที่จะเป็น โคตรซุปเปอร์สตาร์ ของวงการบาสไทย แต่เขาต้องรีบหาทางอุดจุดอ่อนของเขาตรงนี้ให้ได้โดยเร็ว ในจังหวะที่เหล่าสตาร์ยุคเก่าๆ เริ่มถอยออกห่างจากวงการ

kt7lq

คงจะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด ไม่ใช่น้อยเลย

ปล. มาอัพเดทกับ รายงานทรงผมรูเบน กันต่อดีกว่า! ในเกมนี้ รูเบนงัดทรงผมที่ต่างไปจากคราวที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง โดยมีการใช้ที่รวบผมแบบรักฟุตบอล และมีการผูกจุกขึ้นมาด้วย! ผมละ ทนรอดูทรงผมในรอบอินเตอร์ของเขาไม่ไหวจริงซะแล้วสิ

การวางหมากท้ายเกม (End Game Execution)

การวางแผนท้ายเกมของ โมโน แวมไพร์ สำหรับผมแล้ว ค่อนข้างน่าฉงน

1. ทีมงานโค้ชนั้น ไม่ได้เรียกขอเวลานอกตอนที่ได้ครองบอลในสถานการณ์ที่ตามอยู่สองแต้ม และเหลือเวลา 38 วินาทีในควอเตอร์ที่ 4
ตรงจุดนี้ก็ยังพอเข้าใจได้บ้าง เพราะว่า อาจจะตัดสินใจเก็บ การขอเวลานอกครั้งสุดท้ายไว้ สำหรับการครองบอลครั้งสุดท้ายอยู่
แต่ถ้าหากว่าเขาขอเวลานอกในจังหวะนี้ ผมมองว่า เขาน่าจะมีเวลาในการตั้งรูปขบวนให้ได้ลูกยิงจังหวะดีๆ มากกว่า

2. พี่สิงห์ ชนะชนม์ กล้าหาญ นั้นไปพันพัน กับ พี่นู วัฒนา สิทธิสินธุ์ จนได้เป็นจังหวะจั๊มป์บอล และได้เปิดบอลหลังแป้น โดยเหลือเวลาเพียง 4 วินาที และทีมงานโค้ชของ โมโน แวมไพร์ ก็ขอเวลานอกในจังหวะนี้
ซึ่งก็อีกแหละ เป็นสถานการณ์ที่เข้า่ใจได้ จังหวะนี้ ก็อยากได้แต้มชัวร์ ก็อยากเซ็ทให้ดีๆ…แต่ถ้าขอเวลานอก ก่อนหน้านี้ ก็น่าจะมีเวลาในการตั้งบอลมากกว่า 4 วินาทีนี้แน่ๆ

แผนเปิดหลังของ โมโนนั้น น่าจะเป็นที่ให้ แมคเคลน สกรีนให้กับ ชอปเปอร์ ตรงเส้นโทษ เพื่อให้ดีดออกไปรับบอลที่สามแต้ม แต่แล้วก็สกรีนไม่ติด ทางโมโน เลยต้องเอา ไพรัช เสกธีระ พุ่งไปรับบอลที่มุมในท่าทางที่กระอักกระอ่วนและเดินบอลต่อไม่ได้
ในมุมมองนึง จะกล่าวชมเกมรับของไฮเทคก็ได้ แต่ผมก็รู้สึกว่า โมโนน่าจะลองเซ็ทแผน Elevator หรือ เซ็ทสกรีนสองชั้นให้ ชอปเปอร์ได้บอลอย่างชัวร์ๆ อาจจะได้ผลที่ต่างจากนี้

จะว่าไป เกมนี้ มันก็สูสีถึงขนาดนี้แหละ สิ่งที่ทั้งสองทีมทำได้ดี และ ไม่ดี ต่างก็หักล้างกันเองหมด และเป็นไปได้ว่า มันมาถึงขั้นความแตกต่างไม่กี่วินาทีในการขอเวลานอกที่พลิกจังหวะของเกม

In my Opinion (คหสต)

ในส่วนตรงนี้ของบทความ ผมขอยกสิ่งที่ผมชอบและไม่ชอบจากการดูเกมนี้

1. กลับมาแล้ว!: “บาส” กานต์ณัฐ เสมอใจ กลับมาลงแข่งได้แล้ว ตัวเลือกอันดับที่ 4 ใน TBF Draft 2015 นั้นพลาดไปเกือบทุกเกมในรายการ BTSL ครั้งนี้ และก็เป็นเรื่องน่าชื่นใจที่ได้เห็นพี่บาส กลับมาวาดลวดลายอีกครั้ง (แม้จะลงเล่นไม่นานก็ตาม) ดูเหมือนว่าจะต้องเคาะสนิมอีกไม่น้อย แต่ก็น่าจะพร้อมกว่านี้สำหรับรอบแข่งขัน อินเตอร์แนชันน่อล.

2. บ๊อบบ้าเลือด: ในวงสนทนาส่วนใหญ่นั้น จะพูดคุยกันถึง “เจมส์” สุภวิชญ์ซะมาก แต่ส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าประทับใจกับการเล่นของ “หรั่ง” ณกรณ์ ใจสนุก มากที่สุดในเกมนี้ ที่ผ่านมาก็รู้จักในในฐานะตัวยิง แต่วันนี้ หรั่ง หรือ บ๊อบ อย่างที่รู้จักกัน ในบรรดาแฟนๆ เพื่อนๆ นั้น แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถข้าม และจ่ายบอลได้อย่างเด็ดขาดเหมือนกัน เป็นเรื่องน่าติดตามถึงพัฒนาการของเขาในยามที่ดาวโรยอย่างปิยพงษ์ พิรุณ และ อรรภพร เลิศมาลัยพร เริ่มเฟดบทบาทตัวเอง และถ่ายเลือดกันต่อ

แต่จริงๆ แล้วอยากจะยกเรื่อง หรั่ง ขึ้นมาเพียงเพราะอยากเอาวีดีโอ ที่แสดงถึงความโหดร้าย ทารุณกรรม ต่อเจ้าหรั่ง ตอนที่เขาเดินผ่านมานั่งของโมโน แวมไพร์ เริ่มจากการดึงรั้งกระชากลากถูกางเกงของหรั่ง โดย พี่แซล ศรัญญู อินทร์เมือง ต่อด้วยการกระทุ้งวัตถุต้องสงสัยไปที่จุดอ่อนสำคัญ จาก พัชระภูมิ พันธุ์สุระ ผมละทนดูอย่างนิ่งเฉย ไม่ได้จริงๆ
(ก็หยอกล้อกันเล่นๆ เฉยๆ นะครับ เป็นเพียงเหตุการณ์ขำขันข้างสนามที่นานๆ ที เราในฐานะคนดูที่ไม่ได้นั่งขอบสนามจะไดเห็นกัน เลยจิ้มเอามาแชร์)

3. วิวัฒนาการของสตาร์: Tวิวัฒนาการของ “โส” โสฬส สุนทรศิริ สำหรับผมแล้ว มันค่อนข้างสับสนในใจตัวผมเอง เขาเริ่มต้นด้วยการคว้า ผู้เล่นทรงคุณค่าในรายการ TBL2014 และได้รับคำสรรเสริญจากหลายๆ ฝ่ายอย่างท่วมท้น แล้วพอมาถึงรายการ BTSL ก็มีช่วงนึงที่รู้สึกในใจเล็กๆ ว่า “โสก็ไม่ได้จัดจ้านขนาดนั้นนี่”
แต่นั่นอาจจะเพราะว่า ได้ลืมคำนึงคิดว่า นี่คือครั้งแรกที่เล่นในทีมโมโนชุดนี้โดยที่ไม่มี บาส กานต์ณัฐ ประคองด้วย
แล้วมันก็กลับมารู้สึกอีกว่า “เฮ้ย โสมันเก่งกว่าที่คนมองเห็นและคนพูดถึงเยอะเลยวะ”
แน่นอนว่าโสเองก็เพิ่งจะอายุ 22 ปี การที่เขาจะมีจังหวะขึ้นลงบ้างก็ไม่แปลก ยิ่งฐานะคนนำทีมด้วย
เกมรับของเขาก็ยังสุดยอด ในจังหวะที่เขามุ่งมั่นตรงจุดนี้จริงๆ แน่นซะจนถึงขั้นที่ การ์ดฝั่งตรงข้างบางคนที่ไม่ประสงค์จะออกนามนั้น ถึงขั้นบอกว่า “ถ้าพี่จะกันขนาดนี้ ผมอยากยกบอลให้เลยจริงๆ”

เขาอาจจะยังมีการตัดสินใจบางครั้งที่อาจจะขัดใจ แต่ก็ต้องย้ำอีกว่า เพิ่งิายุ 22 เท่านั้น เขายังมีจังหวะที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจกับความสร้างสรรค์อีกมากมาย ตัวอย่างเช่นลูกที่ส่งชิ่งกับหลังของ สตีฟ โธมัส ลูกนี้ เพื่อให้ได้โอกาสยิงก่อนหมด ช็อตคล็อก

ทาง พี่บอย ปิยพงษ์ พิรุณ ก็ได้บอกว่าให้ดูแนวรับที่ดักทางไว้แล้ว ซึ่งก็อาจจะจริง แต่ในจังหวะนี้ ขอยกให้กับความสร้างสรรค์ของการ์ดจ่ายของค้างคาวอมตะ คนนี้ก่อน

4. เป่าปรี๊ด: เป็นเกมที่สองติดกัน ที่สุขเดฟ โคเคอร์นั้น อยู่ทางกลางความชุลมุน ในเกมที่แข่งกับ แมดโกทส์คราวที่แล้ว ก็มีจังหวะที่พันกับ “เจโอ” รัชเดช เครือทิวา จนได้รับ อันสปอร์ตสแมนไลค์ฟาวล์

ในเกมนี้ ก็มีจังหวะที่พันๆ ล้มทับ เจ้าโส

ซึ่งก่อให้เกิดการโวยวายตรงม้ายนั่งของ โมโน แวมไพร์ ไม่ใช่น้อย ด้วยความเป็นห่วงว่าการที่ยักษ์อย่าง เดฟ ล้มใส่นั้น จะเป็นอันตรายรึเปล่า
ถามว่า สองเพลย์นี้ นั้น มันมีเจตนาอันตรายรึเปล่า…ก็ไม่มีทางพิสูจน์ได้นะ แต่ดูแล้ว ก็ไม่ได้มีท่าทางเหมือนว่า วางแผน จะทำร้ายใคร
ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่คนอย่างสุขเดฟ ที่ตัวทั้งใหญ่ เก้งก้าง ศอกแหลมนั้น ย่อมเป็นตัวแกนกลางเหตุการณ์พวกนี้เป็นประจำอยู่แล้ว

แต่ก็ไม่ต้องห่วงอะไรกับเจ้าโส สบายดี ไม่ต้องห่วง

kt85e

5. ท่าฉลองสิบกะโหลด: ชอปเปอร์นั้นฉลองลูกยิงสามแต้มแต่ละทีนั้นได้ใจจริงๆ

โดยปกติแล้ว ผมชอบการฉลองลูกยิงสามแต้มแบบ เรียบๆ นิ่งๆ เหมือนว่า ลูกยิงนั้นเป็นลูกยิงธรรมดาๆ เพราะมันแลดู เลือดเย็น เฉียบขาดกว่า
แต่ในกรณีนี้ ที่โมโน เล่นเกมในบ้านครั้งสุดท้ายก่อนหยุดยาว ในสถานการณ์สูสีและมีโอกาสจะหยุดทีมที่กำลังจะได้แชมป์นั้น มันทำให้การฉลองลูกสามแต้มสำคัญแต่ละดอกของชอปเปอร์นั้น เหมาะสม อย่างยิ่ง ให้สิบกะโหลกเลย

6. รีบาวด์เกมรุกที่หายไป: หลังจากที่นั่งดูเกมนี้ ตัวผมรู้สึกว่า ไฮเทคนั้นมีการเก็บแต้มจังหวะสองหลายครั้ง และได้ โน้ต ไว้ว่าน่าจะลองเขียนเรื่องนี้ดู แต่พอกลับมาดู สถิติประจำเกมแล้ว กลับตกใจที่เจอ การรีบาวด์เกมรุก ของไฮเทค แค่ 5 ครั้งเท่านั้น
ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะว่า คนจดสถิติไม่นับการ รีบาวด์แบบสะกิดบอล แต่ ตรงเรื่องราวตรงจุดนี้ ก็จะหายไปจากการบันทึกเหมือนกัน

7. สตีฟฟฟฟฟฟฟฟฟ: ในบรรดาผู้เล่นใน BTSL ทั้งหมดนั้น ผมชอบ สตีฟ โธมัส ที่สุด แน่นอนว่า เขาเล่นดี ทำสถิติได้ดี แต่นั่นไม่ใช้เหตุผลที่ทำให้ผมประทับใจ

แน่นอนว่าเขาเป็นคนที่จ่ายบอลออกจากการโดนรุมสองได้ดี

เขาบล็อกลูกยิงได้อย่างดุดันก็จริง

ในบางครั้ง เขายังแอบขโมยทักษะของ เควิน ดูแร้นท์ และ เรย์ อัลเลน เพื่อดึงฟาวล์จากฝ่ายรับอีกด้วย

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ผมประทับใจนักบาสคนนี้ คือ เขาเล่นด้วย ความรู้สึก อารมณ์ และความรักต่อบาส ของเขา ซึ่งมันแสดงออกมาในสีหน้าและท่าทางของเขาในสนามตลอดเวลา ซึ่งมันแสดงออกมาอย่างชัดเจนและรับรู้ได้ว่า มันคือความรู้สึกจริงๆ และไม่ได้ฝืนออกมา

kt8f2

ลองดูวีดีโอ ต่อไปนี้แล้วดูสีหน้าของ สตีฟ โธมัส ที่เหมือนกัน เด็กหนุ่มน้อยคนนึงที่ได้แชมป์บาสครั้งแรกของเขา แล้วคุณก็จะลืมไปเลยว่า เขาได้แชมป์ ABL มาแล้วถึง 4 สมัย อีกทั้งรางวัลอีกมากมาย ก่อนหน้านี้ ดูรอยยิ้มแห่งความสุข อย่างจริงใจ ของสตีฟ แล้วจะไม่ประทับใจนักบาสคนนี้ได้อย่างไร [Editor’s Note: แต่จะว่าไปแล้ว เขาก็ยิงลูกโทษสำคัญ ที่ทำให้เขาเกือบพลาดแชมป์นี้เมหือนกันนะ]

ผมไม่รู้นะ แต่ผมคนนึงแหละ ที่จะคิดถึงคนๆ นี้ ถ้าถึงวันนึงที่เขาต้องลาจากวงการบาสในไทยไป

บทสรุป

ไฮเทคก็ปิดฉากชนะโมโน แวมไพร์ ไปอย่างฉิวเฉียดคว้าแชมป์รายการ BTSL ครั้งที่ 1 ไปได้ รวมถึงเงินรางวัล 1 ล้านบาท
แต่มาถึงจุดตรงนี้ ก็มองย้อนกลับไป ว่ามันบ้าขนาดไหน ที่ตลอดเวลาเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมานั้น การตัดสินแชมป์นั้น มันมาตกอยู่ที่ สัปดาห์สุดท้าย อีกทั้งยังมีเรื่องราวอีกมากมายระหว่างทางด้วย

แต่การแข่งขันยังไม่สิ้นสุดซะหน่อย! ต่อจากนี้ ในช่วงวันที่ 2 พฤาภาคมถึง 10 พฤษภาคมนั้น จะมีการแข่งขัน บาสเก็ตบอล ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ลีก อินเตอร์แนชันนอล อินวิเทชัน ที่สนามกีฬาเทศบาลนครปฐม
นอกจากสามทีมไทยที่เข้ารอบ นั้น ก็จะมีทีม โปรแอม เอสบีแอล ออลสตาร์ จากสิงคโปร์ ทีมมหาวิทยาลัยไทเป จาก จีน-ไทเป และ ทีมเฮวี่ บอมเบอร์ส จากมหาวิทยาลัย โฆเซ่ ริซาล จากฟิลิปินส์ โดยทุกทีมจะพบกันหมด 1 ครั้ง ก่อนที่ 4 ทีมอันดับสูงสุดจะผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟแบบ แพ้ตกรอบ

จะมีเกมที่ถ่ายทอดสดทางช่องสาม แฟมิลี่ เวลา บ่ายสอง ถึง สี่โมงเย็น ทุกวันที่มีการแข่งขัน

คู่เปิดสนามจะเป็นทีม นครปฐม แมดโกทส์ เจอกับ เฮวี่ บอมเบอร์ส ในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลา บ่ายสองโมงเป็นต้นไป อย่าลืมติดตามชม!
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตัวผมจะไปรับชมเกมนี้สดๆ ข้างสนาม!

ชักจะอดใจรอไม่ไหวซะแล้ว!!

รูปภาพจาก BTSL ถ่ายโดย กุ๊ก อรวิสา ทิวไผ่งาม และจาก เพจ Mono Vampire Basketball Club

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s