BTSL Game Preview 19/04/15 Nakhon Pathom Madgoats vs. Hi-Tech: ศึกทะลุจุดเดือด

ครั้งสุดท้ายที่สองทีมนี้ทำการแข่งขันกัน ก็จะครบรอบ 72 วันพอดิบพอดี ผมจะใช้พื้นที่ตรงนี้ เพื่อย้อนรำลึกถึงความสุดยอดของเกมที่แล้ว เพื่อให้เข้าใจถึงความสุดยอดของเกมที่จะถึงนี้

For English, read here.

BTSL 07/02/2015: Hi-Tech 59 : Nakhon Pathom Madgoats 61

ทางผู้จัดคงเล็งเห็นว่าสองทีมนี้ น่าจะเป็นเป็นคู่ที่รับประกันความมันส์ได้มากที่สุด สองทีมยักษ์ใหญ่นี้จึงได้รับเกียรต์เป็นคู่เปิดสนามของรายการ Basketball Thailand Super League

แล้วผลมันก็งอกงามออกมาอย่างสวยงาม

ทั้งสองทีมเบียดกันตลอด 40 นาที กว่าเกมจะตัดสินกันได้ ต้องมาวันกันที่ลูกยิงลูกสุดท้ายเลยทีเดียว

และในเกมที่จะถึงวันอาทิตย์นี้ คนดูก็เตรียมเจอกับความมันส์แบบเดิมได้เลย ทั้งสองทีมต่างก็ถลุงคู่แข่งมาเรื่อยๆ และยังไม่แพ้ใครเลยในรายการนี้ ตั้งแต่เกมนั้นเป็นต้นมา
แมดโกทส์ ทำแต้มเฉลี่ยสูงที่สุดในลีกอยู่ที่ 81.3 แต้มต่อเกม ซึ่งสูงกว่าอันดับสองในลีก ไฮเทค (75.8 แต้มต่อเกม) อยู่ถึง 5.5 แต้ม เป็นเครื่องยืนยันพลังเกมบุกของแมดโกทส์
เกมป้องกันของไฮเทคเองก็สุดยอดไม่ใช่น้อย เสียแต้มน้อยที่สุดในลีก ที่ 61.3 แต้มต่อเกม
ไฮเทคมีผลต่างแต้มต่อเกมที่ดีกว่า แมดโกทส์ นิดหน่อย โดยไฮเทคมีแต้มห่างเฉลี่ยต่อเกม 14.5 แต้ม และ แมดโกทส์อยู่ที่ 12.2 แต้ม

เรามาลองพิจารณาจากเกมที่แล้วดีกว่า ว่าเราคาดหวังอะไรจากเกมนี้ได้บ้าง.

BTSL 19/04/2015: Hi-Tech vs. Nakhon Pathom Madgoats

สิ่งที่ไฮเทคทำได้ดี/สิ่งที่แมดโกทส์ต้องระวัง

เกมของไฮเทคคือเกมฟาสเบรก เห็นได้จากเกมแรกระหว่างสองทีมนี้ และ เกมที่แข่งกับโมโน แวมไพร์ไปในเลกแรก ไฮเทคมีตัวจบแต้มฟาสเบรกที่ดีที่สุดในลีกสองคน (รูเบน และ คานู) และ มีตัวจ่ายบอลฟาสเบรกที่ดีที่สุดในลีก (สตีฟ โธมัส)
ไฮเทคจะคอยกดดันเกมรุกของคู่ต่อสู้อย่างดุดัน และ จะสวนกลับให้มันกลายเป็นแต้มได้อย่างรวดเร็ว หากว่าครองบอลไม่ดี ซึ่งก็เป็นอะไรที่เกิดขึ้นไปแล้ว ในครั้งที่แล้วที่สองทีมนี้เจอกัน
แมดโกทส์ไม่ใช่ทีมที่ “เร็ว” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา เฟย์ และ ยักษ์ ลงพร้อมกัน เขาต้องหาทางป้องกันฟาสเบรกให้ได้จากฟากสนามของตัวเองก่อนที่จะโดนบุกเข้ามา

สิ่งที่แมดโกทส์ทำได้ดี/สิ่งที่ไฮเทคต้องระวัง

แทดโกทส์เป็นที่มีระดับความสามารถเฉพาะตัวสูงมาก อีกทั้งมีความเก๋าเพียบพร้อม ไมเคิล เฟย์ คืออาวุธในเกมบุกที่ดีที่สุดในลีก เจโอเป็นคนที่เล่นตัวต่อตัวได้ดีที่สุดในลีก ปาล์มเป็นคนที่ข้ามและดึงข้าวได้ดีที่สุดในลีก
เกมป้องกันจะเป็นยังไม่รู้ แต่แมดโกทส์หาทางเจาะเข้าไปได้ พวกเขามีความใจเย็น และ มีความเก๋าพอที่รู้จักที่จะขบเคี้ยวไปจนกว่าจะได้จังหวะทิ้งขาดงามๆ แม้แต่ตัวจริงที่อายุน้อยที่สุดในทีมยังเล่นเหมือนจะเกินวัยของตัวเองเลย
สิ่งที่ไฮเทคต้องทำคือ กดดันให้การ์ดของแมดโกทส์ขึ้นเกมมาให้เร็ว เพื่อเร่งจังหวะและทำลายจังหวะเกมของแมดโกทส์ด้วย

จุดที่ไฮเทคต้องปรับปรุง

ไฮเทคยังขาดผู้เล่นในบทบาทที่เรียกว่า “Go-To Guy” อาจจะเพราะว่า ไฮเทค นั้นเล่นเกมบุกด้วยการเซ็ท “Motion” เป็นส่วนใหญ่ หรือ อาจจะเป็นเพราะโครงสร้างของทีมสร้างมาอีกแบบ ทีมอื่นๆ ใน BTSL ยังอาจจะพึ่งตัวต่างชาติเป็น Go-To Guy ได้ (เช่น ไบรอันท์ ออสติน ของทิวฯ) แต่สำหรับไฮเทคแล้ว สตีฟ โธมัส ไม่ใช่คำตอบสำหรับโจทย์นี้ ไม่ใช่เพราะว่า ระดับความสามารถเขาไม่ถึง แต่ ตรรกะแนวคิดของเขา มันไม่ได้ถูกปลูกฝังมาแบบนั้น

“คานู” วัฒนา สุทธิสินธุ์ อาจจะเป็นคำตอบ ในการเป็น Go-To Guy ได้ แต่เท่าที่เคยดูมา รูปแบบการเล่นของเขาเหมือน จามอล ครอว์ฟอร์ด มากกว่า เป็น อัลเลน ไอเวอร์สัน ครอว์ฟอร์ดเป็นผู้เล่นที่มีเกมบุกที่สุดยอด แต่บางที อาจจะต้องอาศัยการติดลม และ อาจจะมองเห็นเกมแคบลง เวลาเริ่มมุ่งเข้าหาแป้น

ที่ผ่านมาในรายการ TBL และ ABL ไฮเทคทมีคริส ชาร์ลส์ เป็นที่พึ่ง ในการเป็น Go-To Guy แต่ตอนนี้ ชาร์ลส์ อยู่ที่ฟิลิปินส์ ทำให้เกิดรูโหว่ตรงจุดนี้

แต่ทางแมดโกทส์ก็ใช่ว่าจะไปกดดันบังคับให้ไฮเทคเล่นเกมบุกแบบเน้น Isolation ไม่ได้ เพียงแต่ว่า ถ้าถึงจุดในเกมที่กระชั้นชิด และเริ่มดุเดือดแล้ว จุดตรงนี้ อาจจะทำให้ แมดโกทส์ได้เปรียบกว่า ด้วยนักกีฬาที่มีระดับทักษะส่วนตัวที่สูงกว่า และ เก๋ากว่า

จุดที่แมดโกทส์ต้องปรับปรุง

ในปีที่ผ่านมา ผมได้ดูเกมเต็มๆ สองเกม ที่แมดโกทส์แพ้ (แพ้โมโนฯ 1 เกมใน TBL และ แพ้ ไฮเทค 1 เกมในรอบชิง TBL) และได้ดูอีกสองเกมที่ลุ้นๆ เสียวๆ (1 เกมแข่งกับ โมโนฯ และอีก 1 เกมกับ ไฮเทค ใน BTSL เลกแรก)

เกมที่แพ้ไฮเทคในรอบชิง TBL ปีที่ผ่านมานั้น อาจจะนับได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่มีการปรับตัวกระทันหันจากการที่ต้องเสียการ์ดหลัก “อาร์ม” ไปกับการบาดเจ็บที่ข้อมือ

แต่ในอีกสองกรณีที่แพ้ โมโน 1 เกม และ สูสีกับโมโนอีก 1 เกมนั้น เป็นผลมาจากการที่ ผู้เล่นในทีมไม่ยิงกันไม่ลง มองกันอย่างตื้นเขินและรวดเร็ว ก็มีเจโอ ที่ยิงรวมกันในสองเกมนี้ 34 ครั้ง ลงเพียง 4 ครั้ง (เป็นเรื่องน่าแปลกที่เจโอยิงไป 17 ลูก ลง 2 ลูกในทั้งสองเกมเลย) 

และนั่นคือสิ่งที่ไฮเทคต้องทำให้ได้ คือการบีบให้สตาร์ของแมดโกทส์ทั้งหลาย ยิงหลายๆ ครั้ง อีกทั้งต้องยิงไม่ลงด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่พิมพ์หรือพูดง่ายกว่าการทำจริง…แต่นั่นก็เป้นข้อพิสูจน์ว่าทีมแมดโกทส์นั้นมีโครงสร้างที่แน่นมากขนาดไหน และการที่จะต้องคว่ำแมดโกทส์ลงมานั้น ต้องทุ่มเทมากขนาดไหน

X-Factor ของไฮเทค: มณเฑียร วงศ์สว่างธรรม/ณกรณ์ ใจสนุก

อาจจะดูเป็นตัวเลือกที่แหวกแปลกแนวไปหน่อย แต่ ถ้าไฮเทคจะชนะในเกมนี้ ผมรู้สึกว่าตัวยิงสองคนนี้ ต้องเล่นได้ดีระดับนึง ถ้าพวกเขายิงลง เกมรับของแมดโกทส์ก็ะต้องขยายออกมา ซึ่งจะสร้างพื้นที่สพหรับการตัดเข้าไปในโซนของไฮเทคมากขึ้น

X-Factor ของแมดโกทส์: “เจโอ” รัชเดช เครือทิวา

ผลลัพธ์ของเกมนี้ อาจจะขึ้นอยู่กับว่า เจโอ จะโผล่มาในโหมดไหน

  • “โคบี้ ไบรอันท์ ต้นช่วงปี 2000”: นี่คือโหมดที่ เจโอ ปลดปล่อยไป ในเกมที่เจอกับไฮเทครอบที่แล้ว ตลอดทั้งเกมเข้ายิงลูกยิงสำคัญๆ และพอถึงช่วงท้ายเกมก็ได้รัน Isolation สามครั้งติดๆ กัน ได้ผลออกมาเป็นลูกสามแต้มแสกหน้า 2 ลูก และข้ามเข้าไปจ่ายงามๆ ให้ ไมเคิล เฟย์ อีก 1 ลูก
  • “โคบี้ ไบรอันท์ หลังจากผ่าเอ็นร้อยหวายแฃ้วกลับมาพบว่าผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมคือ นิก ยัง”: นี่คือโหมดในเกมที่แพ้ และ สูสี กับโมโน 2 เกม เจโอยิงไปในสองเกมนี้หลายครั้ง และมันก็ไม่ค่อยลงเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีใครโทษเจโอ เหมือนที่ไม่มีใครโทษโคบี้ในช่วงนั้นได้ เพราะมันคือหน้าที่ ที่เขาสองคนต้องทำ แต่ในใจลึกๆ ของหลายๆ คนก็อาจจะคิดว่า ถ้าลองเปลี่ยนลูกยิงซักลูกสองลูกเป็นลูกจ่ายออก ก็อาจจะได้เหมือนกัน
  • “โคบี้ ไบรอันท์ช่วงจุดสูงสุดกลางๆ ช่วงปี 2000”: นี่คือโหมดที่จะเห็นเจโอเล่นอยู่ในช่วงที่ผ่านมา เขาจะยิงอย่างมีจังหวะมากขึ้น และ สวมบทบาทคนทำเกมมากขึ้น จังหวะการยิงของเขามาจากการ Isolation น้อยลง โดยที่ยังคงเป็นตัวที่สามารถทำแต้มได้ แต่ลดความดุดันในการมุ่งทำคะแนนลดลงมาหน่อย

ประเด็นคือ ไม่ว่า ดจโอ จะมาในโหมดไหน แมดโกทส์ ก็มีโอกาสชนะอยู่ดี แต่ถ้า เจโอในโหมด “โคบี้ ไบรอันท์ หลังจากผ่าเอ็นร้อยหวายแฃ้วกลับมาพบว่าผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมคือ นิก ยัง” โผล่มา มันจะทำให้งานของแมดโกทส์ยากขึ้นมาหน่อย

แล้วเกมนี้มันมีความสำคัญฉันท์ใด?

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสนุกๆ: วันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอนโธนี่ เดวิส ของ นิวออร์ลีนส์ เพลิแคนส์ ได้ยิงลูก สามแต้มแบบ ยึกสองจังหวะ ก่อนหมดเวลา ให้ทีมชนะเหนือ โอคลาโฮม่าซิตี้ ธันเดอร์ ไปได้

ถ้านึกภาพไม่ออกว่ามันสุดยอดขนาดไหน ก็เชิญดูวีดีโอได้

ณ ตอนนั้น มันเหมือนเป็นแค่ลูกยิงเท่ๆ ลูกนึงที่เป็นเครื่องยืนยันว่า แอนโธนี่ เดวิส นั้นก้าวมาถึงจุดสุดยอดในวงการนี้ละ ลูกยิงนั้นทำให้เพลิแคนส์ ชนะ ธันเดอร์ เป็นครั้งที่สามในฤดูกาลนี้
ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ปรากฎว่า ด้วยความที่ เพลิแคนส์ และ ธันเดอร์ มีสถิติแพ้/ชนะ ที่เท่ากันทั้งคู่ ลูกยิงสามแต้มลูกนั้นกลับเป็นจุดชี้ชะตาที่ทำให้ เพลิแคนส์เข้าไปในรอบเพลย์ออฟ ด้วยกฎ Head to Head ที่เหนือกว่า

ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่า ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ วันเดียวกันนั้น “ปาล์ม” ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย นั้น ได้ข้ามเข้าหาห่วย ด้วยเวลาที่เหลือเพียง 10 วินาที แล้วทำคะแนนด้วยลูกเลย์อัพ บิดทั้งตวสุดเอิ้อม ทำให้ทีมแมดโกทส์ ชนะ ไฮเทค ไปได้

มันอาจจะดูแล้ว ไม่สุดยอดเท่าลูกของเดวิส แต่มันก็สุดยอดอยู่ดี

ณ ตอนนั้น มันอาจจะดูเหมือนเป็นเพียงจังหวะการข้ามสุดเดือดที่ปาล์มทำอยู่เป็นประจำ แต่ลูกเลย์อัพลูกนั้น ทำให้ แมดโกทส์ชนะไฮเทคไปสองคะแนน และสองคะแนนนั้นอาจจะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะเป็นแชมป์รายการ BTSL

นี่คือบทสรุปเหตุการ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด:

chart ตารางทั้งหมดนั้น ถ้าสรุปคร่าวๆ ก็คือ

  • ไฮเทคต้องชนะให้ได้ และควรจะต้องชนะให้ได้มากกว่า 2 แต้ม
  • แมดโกทส์ฉลุยถ้าชนะ ถ้าแพ้ แค่ 1 แต้ม ก็ยังถือว่าอยู่ในสภาพที่พอถูไถ

มันมีสถานการณ์หลายล้านสถานการณ์ที่น่าสนใจที่จะตามมา
ลองจินตนาการภาพตามดูว่า ถ้าไฮเทคสามารถทำแต้มขึ้นนำได้ 1 แต้ม ภายในช่วงเวลาท้ายเกม แล้วพวกเขาต้องกดดันแมดโกทส์เพื่อแย่งบอลมาทำแต้มเพิ่มให้ได้
ลองจินตนาการสถานการณ์ที่ไฮเทคได้ยิงลูกโทษสองครั้ง แบบแต้มตามอยู่ 1 แต้ม แล้วเหลือเวลาไม่กี่วินาที เขาจะยิงเอาลงทั้งสองลูกเลยรึเปล่า? อาจจะได้ชัยชนะในนัดนี้ก็จริง แต่มันกลายเป็นว่าต้องฝากความหวังการเป็นแชมป์ไว้กับทิวไผ่งาม หรือว่าพวกเขาจะยิงเอาลงลูกเดียว แล้ววัดกันในช่วงต่อเวลา ว่าจะชนะได้มากกว่า 1 แต้มหรือไม่?
ลองนึกสภาพแมดโกทส์กำลังตามอยู่สามแต้ม และยิงลูกยิงสองแต้มก่อนหมดเวลาลงไป แมดโกทส์ อาจจะชนะเกมนั้นไป แต่ไฮเทคไม่น่าจะพอใจกับชัยชนะครั้งนี้เท่าไหร่

นี่คือครั้งที่สามในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ที่สองทีมนี้จะเจอกันในสถานการณ์ที่ต้องชนะเพื่อแชมป์ ไฮเทคก็เป็นอริคู่แค้นกับผู้เล่นเก่าของทิวไผ่งามที่ย้ายมาแมดโกทส์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และดูเหมือนว่า ความดุเดือดของคู่แค้นสมัยนั้น จะลามต่อมายังสมัยนี้

เริ่มแข่งซะทีสิ รอไม่ไหวแล้วนะ…

In my Opinion (คหสต)

ในส่วนตรงนี้ของบทความ ผมขอยกสิ่งที่ผมชอบและไม่ชอบจากการพรีวิวเกมนี้

1. Gladiator: ผมอยากรอดูว่า เจโอ จะงัดท่าเลียนแบบ รัสเซิล โครว์ ใน แกลดิเอเตอร์ อีกครั้งรึเปล่า

kbv39

jo

และนี่คือคลิปต้นฉบับ เผื่อใครที่ไม่เคยดู “แกลิเอเตอร์”

1000w

ในสุดสัปดาห์นี้ จะมีการแข่งขัน BTSL ตามต่อไปนี้:

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน เป็นการแข่งขันระหว่างทีม สโมสรโมโน แวมไพร์ กับ สโมสรการไฟฟ้าฯ ที่ตึก LED
วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน เป็นการแข่งขันระหว่าง ทีมนครปฐม แมดโกทส์ กับ ทีมสโมสรไฮเทค ที่สนามทุ่งครุ
โดยติดตามได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 16.00 น. ได้ทางช่อง 3 แฟมิลี่

ตามไลค์เพจของรายการแข่ง BTSL ได้ตามรูปข้างบนได้เลยนะครับ การแข่งขันดีๆ ของคนไทย น่าสนับสนุน
รูปถ่ายสวยๆ ขอขอบคุณช่างภาพคุณกุุ๊ก อรวิสา ทิวไผ่งาม

Advertisements

One thought on “BTSL Game Preview 19/04/15 Nakhon Pathom Madgoats vs. Hi-Tech: ศึกทะลุจุดเดือด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s